| นระผู้ใคร่จะดูพระจันทร์ ในเวลาที่พระ- |
| จันทร์ถูกเมฆหมอกบดบังไว้ ครั้นเมื่อเมฆหมอก |
| ถูกพายุพัดไปตามลำดับ จากหนาทึบเป็นบางและ |
| บางเข้าก็เห็นพระจันทร์ได้ฉันใด, โคตรภูญาณที่ |
| กำลังเพ่งอมตนิพพานอยู่ เมื่อโมหะที่ปกปิดสัจจะ |
| ไว้ถูกทำลายให้พินาศไปด้วยอนุโลมญาณตามลำดับ |
| ก็ฉันนั้นเหมือนกัน อนุโลมญาณก็มิได้เห็นอมต- |
| นิพพาน เหมือนลมเหล่านั้นก็มิได้เห็นพระจันทร์ |
| โคตรภูญาณก็บรรเทาความมืดไม่ได้ เหมือนบุรุษ |
| ก็บรรเทาเมฆหมอกไม่ได้ฉะนั้น. แต่มรรคญาณนี้ |
| เป็นไปในพระนิพพาน มิได้ละสัญญาอันโคตรภู- |
| ญาณให้แล้ว จึงทำลายกองกิเลสมีกองโลภะเป็น |
| ต้นได้ เหมือนจักรยนต์ที่ใช้เป็นเป้ากำลังหมุนอยู่ |
| นายขมังธนูยืนจ้องจะยิงอยู่แล้ว พอสัญญาอันคน |
| อื่นให้แล้ว ก็ยิ่งลูกศรไปทะลุแผ่นเป้าได้ตั้ง ๑๐๐ |
| ฉะนั้น. มรรคญาณนั้นนั่นแลทำทะเลหลวงคือสัง- |
| สารทุกข์ให้เหือดแห้งไป ปิดประตูทุคติเสียได้ |
| ทำคนที่มีหนี้คือกิเลสให้เป็นเสฏฐบุคคลผู้สมบูรณ์ |