| ย่อมชนะยิ่งในโลก ผู้เว้นอาหาร ขออยู่ด้วย ก็ชื่อว่า เข้าไปอาศัย. |
| ญาณที่เห็นแจ้งสังขารโดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้นอีก เห็นแจ้ง |
| แม้สังขารุเปกขา ซึ่งตั้งอยู่ในความเป็นกลาง โดยความเป็นของไม่เที่ยง |
| เป็นต้นในการยึดถือ ท่านจึงกล่าวบทมีอาทิว่า เย จ สงฺขารา, ยา จ |
| อุเปกฺขา - ทั้งสังขารและอุเบกขาเป็นสังขาร เพราะเกิดพร้อมกันด้วย |
| สังขารุเบกขา อันตั้งอยู่โดยอาการเป็นกลาง ในการยึดถือสังขารุเปกขา |
| แม้นั้น. |
| บัดนี้ พระสารีบุตรเพื่อจะแสดงประเภทของการน้อมจิตไปใน |
| สังขารุเปกขา จึงกล่าวบทมีอาทิว่า กตีหากาเรหิ - ด้วยอาการเท่าไร. |
| ในบทเหล่านั้น บทว่า สงฺขารุเปกฺขาย เป็นสัตตมีวิภัตติ แปลว่า |
| ในสังขารุเบกขา. บทว่า จิตฺตสฺส อภินีหาโร - การน้อมไปแห่งจิต |
| ได้แก่ การทำจิตอื่นจากนั้นให้มุ่งไปสู่ความวางเฉยของสังขาร แล้ว |
| นำไปอย่างหนักหน่วง. อภิ ศัพท์ ในบทนี้ มีความว่ามุ่งหน้า. นี |
| ศัพท์ มีความว่าอย่างยิ่ง พระสารีบุตรประสงค์จะแก้คำถามที่ถามว่า |
| กตีหากาเรหิ - ด้วยอาการเท่าไร ตอบว่า อฏฺหากาเรหิ - ด้วยอาการ |
| ๘ อย่าง แล้วจึงแสดงอาการ ๘ เหล่านั้น ด้วยแก้คำถามข้อที่ ๒ |
| จึงไม่แสดงอาการเหล่านั้น ได้ตั้งคำถามมีอาทิว่า ปุถุชฺชนสฺส กตี- |
| หากาเรหิ - การน้อมจิตไปในสังขารุเบกขาของปุถุชน ด้วยอาการเท่าไร |
| ในบทว่า ปุถุชฺชนสฺส นี้มีคาถาดังต่อไปนี้ ์ |