| เป็นวิบากแห่งมรรคจิตนั้น ๆ นั่นแหละมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ เกิด |
| ขึ้น ๓ ขณะก็มี ๒ ขณะก็มี ๑ ขณะก็มี. และเพราะผลจิตนั้นเป็น |
| วิบากเกิดขึ้นในลำดับแห่งโลกุตรกุศลทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส |
| ว่า สมาธิมานนฺตริกญฺมาหุ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวสมาธิอันประกอบ |
| ด้วยผลญาณ ซึ่งเกิดต่อจากมรรคญาณว่าเป็นธรรมอันบัณฑิตพึงรู้ทั่วถึง, |
| และตรัสคำเป็นต้นว่า ทนฺธํ อานนฺตริกํ ปาปุณาติ อาสวานํ |
| ขยาย๑-พระโยคีบุคคลบรรลุธรรมวิเศษเพื่อความสิ้นอาสวะช้า. |
| อนุโลมจิต ของพระโยคีบุคคลใด มี ๒ ขณะ, ที่ ๓ เป็น |
| โคตรภู ที่ ๔ เป็นมรรคจิต ผลจิตอีก ๓ ขณะ ย่อมมีแก่พระอริยบุคคล |
| นั้น. (รวมเป็น ๗ ตามชวนนิยาม) |
| อนุโลมจิต ของพระโยคีบุคคลใด มี ๓ ขณะ, ที่ ๔ เป็น |
| โคตรภู ที่ ๕ เป็นมรรคจิต ผลจิตอีก ๒ ขณะ ย่อมมีแก่พระอริยบุคคล |
| นั้น. (รวมเป็น ๗ ตามชวนนิยาม) |
| อนุโลมจิต ของพระโยคีบุคคลใด มี ๔ ขณะ, ที่ ๕ เป็น |
| โคตรภู ที่ ๖ เป็นมรรคจิต ผลจิตอีก ๑ ขณะ ย่อมมีแก่พระอริยบุคคล |
| นั้น. (รวมเป็น ๗ ตามชวนนิยาม) |
|