๗๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๗๕
            ด้วยอริยทรัพย์   ละมิจฉามรรคเสียได้.   ทำเวรและ
            ภัยทั้งหลายให้สงบ,  ทำตนให้เป็นลูกผู้เกิดแต่อก
            แห่งพระพุทะเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก,   ญาณนี้ย่อม
            ให้ซึ่งอานิสงส์อื่น  อีกหลายร้อยอย่าง.
๑๒.  อรรถกถาผลญาณุทเทส
ว่าด้วย  ผลญาณ
            ในคำว่า  ปโยคปฺปฏิปฺปสฺสทฺธิปญฺา  ผเล  าณํ  แปลว่า
ปัญญาในการระงับปโยคะเป็นผลญาณ   นี้         มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้
            บทว่า  ปโยโค   แปลว่า   การประกอบอย่างแรงกล้า,   คือความ
พยายามที่ออกจากและขันธ์ทั้ง ๒ ได้ด้วยมรรคภาวนาโดยทำให้แจ้ง
ซึ่งผล.      ความสงบปโยคะคือความพยามนั้น  คือการถึงที่สุดแห่งโยคะ
ชื่อว่า  ปโยคปฏิปัสสัทธิ.  ปโยคปฏิปัสสัทธินั้นอย่างไร ?  คือการสิ้นสุด
แห่งกิจในมรรคทั้ง ๔.
            ปัญญาในผลเป็นไปแล้ว      เพราะปโยคปฏิปัสสัทธินั้นเป็นเหตุ
ชื่อว่า ปโยคปฏิปัสสัทธิปัญญา.    ปัญญานี้เป็นผลเพราะอรรถว่า   ย่อม
ผลิตผล  คือย่อมให้เกิดวิบาก,  ในผลนั้น   ญาณอันสัมปยุตกับด้วยผล-
จิตนั้น  (ชื่อว่า ผเล  าณํ)   ก็ต่อจากมรรคญาณหนึ่ง ๆ    ผลจิตอัน
เป็นวิบากแห่งมรรคจิตนั้น ๆ นั่นแหละมีพระนิพพานเป็นอารมณ์   เกิด
ขึ้น ๓ ขณะก็มี  ๒ ขณะก็มี  ๑ ขณะก็มี.    และเพราะผลจิตนั้นเป็น
วิบากเกิดขึ้นในลำดับแห่งโลกุตรกุศลทั้งหลาย   พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
ว่า  สมาธิมานนฺตริกญฺมาหุ   บัณฑิตทั้งหลายกล่าวสมาธิอันประกอบ
ด้วยผลญาณ  ซึ่งเกิดต่อจากมรรคญาณว่าเป็นธรรมอันบัณฑิตพึงรู้ทั่วถึง,
และตรัสคำเป็นต้นว่า    ทนฺธํ    อานนฺตริกํ    ปาปุณาติ    อาสวานํ
ขยาย-พระโยคีบุคคลบรรลุธรรมวิเศษเพื่อความสิ้นอาสวะช้า.
            อนุโลมจิต    ของพระโยคีบุคคลใด    มี  ๒ ขณะ,   ที่ ๓ เป็น
โคตรภู  ที่ ๔  เป็นมรรคจิต  ผลจิตอีก ๓ ขณะ  ย่อมมีแก่พระอริยบุคคล
นั้น.  (รวมเป็น ๗  ตามชวนนิยาม)
            อนุโลมจิต    ของพระโยคีบุคคลใด     มี ๓ ขณะ,    ที่  ๔  เป็น
โคตรภู  ที่ ๕ เป็นมรรคจิต   ผลจิตอีก ๒ ขณะ  ย่อมมีแก่พระอริยบุคคล
นั้น.  (รวมเป็น ๗ ตามชวนนิยาม)
            อนุโลมจิต  ของพระโยคีบุคคลใด     มี ๔  ขณะ,    ที่ ๕  เป็น
โคตรภู  ที่ ๖ เป็นมรรคจิต   ผลจิตอีก ๑ ขณะ   ย่อมมีแก่พระอริยบุคคล
นั้น.  (รวมเป็น  ๗  ตามชวนนิยาม)
๑. องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๑๖๒.