๗๕    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๗๖
เป็นวิบากแห่งมรรคจิตนั้น ๆ นั่นแหละมีพระนิพพานเป็นอารมณ์   เกิด
ขึ้น ๓ ขณะก็มี  ๒ ขณะก็มี  ๑ ขณะก็มี.    และเพราะผลจิตนั้นเป็น
วิบากเกิดขึ้นในลำดับแห่งโลกุตรกุศลทั้งหลาย   พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
ว่า  สมาธิมานนฺตริกญฺมาหุ   บัณฑิตทั้งหลายกล่าวสมาธิอันประกอบ
ด้วยผลญาณ  ซึ่งเกิดต่อจากมรรคญาณว่าเป็นธรรมอันบัณฑิตพึงรู้ทั่วถึง,
และตรัสคำเป็นต้นว่า    ทนฺธํ    อานนฺตริกํ    ปาปุณาติ    อาสวานํ
ขยาย-พระโยคีบุคคลบรรลุธรรมวิเศษเพื่อความสิ้นอาสวะช้า.
            อนุโลมจิต    ของพระโยคีบุคคลใด    มี  ๒ ขณะ,   ที่ ๓ เป็น
โคตรภู  ที่ ๔  เป็นมรรคจิต  ผลจิตอีก ๓ ขณะ  ย่อมมีแก่พระอริยบุคคล
นั้น.  (รวมเป็น ๗  ตามชวนนิยาม)
            อนุโลมจิต    ของพระโยคีบุคคลใด     มี ๓ ขณะ,    ที่  ๔  เป็น
โคตรภู  ที่ ๕ เป็นมรรคจิต   ผลจิตอีก ๒ ขณะ  ย่อมมีแก่พระอริยบุคคล
นั้น.  (รวมเป็น ๗ ตามชวนนิยาม)
            อนุโลมจิต  ของพระโยคีบุคคลใด     มี ๔  ขณะ,    ที่ ๕  เป็น
โคตรภู  ที่ ๖ เป็นมรรคจิต   ผลจิตอีก ๑ ขณะ   ย่อมมีแก่พระอริยบุคคล
นั้น.  (รวมเป็น  ๗  ตามชวนนิยาม)
๑. องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๑๖๒.
            นี้  เป็นผลในมรรควิถี.     ส่วนผลในระหว่างกาล   เกิดขึ้นด้วย
อำนาจสมาบัติ      และเกิดขึ้นแก่ผู้ออกจากนิโรธสมาบัติก็สงเคราะห์ด้วย
ผลญาณนี้เหมือนกัน.
๑๓. อรรถกถาวิมุตติญาณุทเทส
ว่าด้วย  วิมุตติญาณ
            คำว่า  ฉินฺนวฏุมานุปสฺสเน  ปญฺา    แปลว่า  ปัญญาใน
การพิจารณาเห็นอุปกิเลสอันอริยมรรคตัดขาดแล้ว    ความว่า  ปัญญา
ในการเห็นภายหลังซึ่งอุปกิเลสนั้น ๆ อันอริยมรรคนั้น ๆ   ตัดขาดแล้ว.
            คำว่า  วิมุตฺติาณํ  เป็นวิมุตติญาณ    ความว่า   ญาณในวิมุตติ.
            คำว่า   วิมุตฺติ   ได้แก่จิตบริสุทธิหลุดพันจากอุปกิเลสทั้งหลาย,
หรือความที่จิตนั้นหลุดพ้นแล้ว,   ญาณคือความรู้ในวิมุตตินั้น     ชื่อว่า
วิมุตติญาณ.
            ท่านกล่าวอธิบายการพิจารณากิเลสที่ละแล้วด้วยญาณนี้ว่า  พระ-
อริยบุคคลเมื่อพิจารณาความสืบต่อแห่งจิตที่หลุดพ้นจากกิเลสแล้วก็ดี  ซึ่ง
ความหลุดพ้นจากกิเลสก็ดี   เว้นกิเลสเสียก็พิจารณาไม่ได้ดังนี้.   ก็คำว่า
วิมุตฺตสฺมึ   วิมุตฺตมิติ   าณํ   โหติ       แปลว่า   เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว