๗๙    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๘๐
พระโสดบัน.  แต่ของพระอรหันต์   มีปัจจเวกขณะ  ๔  อย่างคือ     ไม่มี
การพิจารณากิเลสที่ยังเหลืออยู่.       รวมปัจจเวกขณญาณทั้งหมดมี  ๑๙
ด้วยประการฉะนี้.   นี้เป็นการกำหนดอย่างอุกฤษฏ์.
            ถามว่า   การพิจารณากิเลสที่ละได้แล้วและที่ยังเหลืออยู่     ยังมี
แก่พระเสกขะทั้งหลายหรือไม่  ?
            ตอบว่า   เพราะความที่การพิจารณาการละกิเลสนั้นไม่มี    ท้าว
มหานามสากยราชจึงกราบทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า          ธรรมชื่อ
อะไรเล่า    ที่ข้าพระองค์ยังละไม่ได้เด็ดขาดในภายใน    อันเป็นเหตุให้
โลกธรรมยังครอบงำจิตของข้าพระองค์ไว้ได้เป็นครั้งคราว           ดังนี้
เป็นต้น.
            ในที่นี้    เพื่อจะให้ญาณ ๑๑ มีธรรมฐิติญาณแจ่มแจ้ง    พึงทราบ
อุปมาดังต่อไปนี้
            เปรียบเหมือนบุรุษคิดว่า     เราจะจับปลา      จึงถือเอาสุ่มไปสุ่ม
ลงในน้ำที่คิดว่าควรจะมีปลา   แล้วจึงหย่อนมือลงไปทางปากสุ่ม    แล้วก็
คว้าเอาคองูเห่าที่อยู่ภายในน้ำด้วยสำคัญว่าเป็นปลาไว้แน่น    ดีใจคิดว่า
เราได้ปลาใหญ่แล้ว        ก็ยกขึ้นจึงเห็นก็รู้ว่า    งู      เพราะเห็นดอกจัน
๓  แฉก เกิดกลัว  เห็นโทษ  เบื่อหน่ายในการจับ  ใคร่ที่จะพ้นจึงทำอุบาย
เพื่อจะหลุดพ้น      จึงจับงูให้คลายมือตั้งแต่ปลายหางแล้วชูแขนขึ้นแกว่ง
ไปรอบศีรษะ  ๒ ครั้ง  ๓  ครั้ง     ทำงูให้ทุรพลแล้วเหวี่ยงไปพร้อมกับพูด
ว่า      เฮ้ย ! ไปเจ้างูร้าย     แล้วโดดขึ้นไปยืนบนบกโดยเร็วทีเดียว  เกิด
ร่าเริงใจว่า      ท่านผู้เจริญ   เราพ้นแล้วจากปากงูใหญ่       แล้วแลดูทาง
ที่ตนมา.
            ในข้ออุปมา - การเปรียบเทียบนั้นมีดังต่อไปนี้
            การยึดมั่นซึ่งขันธ์ ๕   อันน่ากลัว    ด้วยสามารถแห่งลักษณะมี
ความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น       แล้วยินดีด้วยสำคัญว่าเที่ยงด้วยตัณหา
อันสัมปยุตด้วยทิฏฐิ    (คือโลภทิฏฐิคตสัมปยุต)  ว่า   เรา,   ของเรา
ของพาลปุถุชนตั้งต้นแต่พระโยคีบุคคลนี้         ดุจการจับงูเห่าไว้มั่นด้วย
สำคัญว่าเป็นปลา  ของบุรุษนั้นฉะนั้น,
            การทำลายฆนสัญญาด้วยการกำหนดนามรูปพร้อมทั้งปัจจัย  แล้ว
เห็นพระไตรลักษณ์มีอนิจจตาเป็นต้นของขันธ์  ๕  ด้วยญาณ       มีการ
พิจารณาโดยความเป็นกลาปแล้วกำหนดขันธ์  ๕  นั้นว่า        ไม่เที่ยง,
เป็นทุกข์,     เป็นอนัตตา      ดุจดังการนำงูออกจากปากสุ่ม     แล้วเห็น
ดอกจัน  ๓  แฉก  จึงรู้ว่างู   ของบุรุษนั้นฉะนั้น,
            ภยตูปัฏฐานญาณของพระโยคีบุคคลนี้  เหมือนกับความกลัวของ
บุรุษนั้นฉะนั้น,
            อาทีนวานุปัสสนาญาณ   ดุจดังการเห็นโทษในงูฉะนั้น,
            นิพพิทานุปัสสนาญาณ   ดุจดังการระอาในการจับงูฉะนั้น.
            มุญจิตุกัมยตาญาณ  ดุจดังการใคร่ที่จะสลัดงูไปเสียให้พ้นฉะนั้น,