| ชื่อว่า ญาณจริยา เพราะอรรถว่าจริยาคือญาณ, หรือการ |
| ประพฤติด้วยญาณ, หรือประพฤติเพราะญาณ, หรือประพฤติในอารมณ์ |
| ที่รู้แล้ว, หรือประพฤติซึ่งความรู้. |
| |
| บทว่า ทสฺสนตฺถาย - เพื่อต้องการเห็น คือ เป็นไปเพื่อ |
| ต้องการเห็นรูป. บทว่า อาวชฺชนกิริยาพฺยากตา - กิริยาคือความนึก |
| เป็นอัพยากฤต คือ ชื่อว่า อาวัชชนะ เพราะอรรถว่านำออกไปจาก |
| สันดานอันเป็นภวังค์ แล้วนึก คือ น้อมไปสู่จิตสันดานในรูปารมณ์. |
| ชื่อว่า กิริยา เพราะอรรถว่าเป็นเพียงการกระทำโดยความไม่มีวิบาก. |
| ชื่อว่า อัพยกฤต เพราะอรรถว่าพยากรณ์ไม่ได้ว่าเป็นกุศลหรืออกุศล. |
| บทว่า ทสฺสนฏฺโ - เป็นแต่เพียงเห็น. ชื่อว่า ทสฺสนํ- |
| เพราะอรรถว่าเป็นเหตุเห็น หรือเห็นเอง หรือเป็นแต่เพียงเห็นรูป |
| นั้น. อรรถะ คือ การเห็น ชื่อว่า ทสฺสนฏฺโ. |
| บทว่า จกฺขุวิญฺาณํ - จักขุวิญญาณ ได้แก่ กุศลวิบาก หรือ |
| อกุศลวิบาก. |
| บทว่า ทิฏตฺตา - เพราะได้เห็นแล้ว คือ เพราะได้เห็น |
| รูปารมณ์ด้วยจักขุวิญญาณ เพราะไม่มีการรับอารมณ์ที่ไม่เห็น. |
| บทว่า อภินิโรปนา วิปากมโนธาตุ - มโนธาตุอันเป็นวิบาก |
| ที่ขึ้นสู่อารมณ์. ชื่อว่า อภินิโรปนา เพราะอรรถว่ายกขึ้นสู่อารมณ์ |
| ที่เห็นแล้ว. สัมปฏิจฉนมโนธาตุเป็นวิบากทั้งสอง. |