๘๑    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๘๒
            ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ     ดุจดังการทำอุบายเพื่อจะสลัดงูไปเสีย
ให้พ้นฉะนั้น.
            การพิจารณาอย่างรอบคอบซึ่งสังขารทั้งหลายด้วยสังขารุเปกขา-
ญาณ  โดยการยกขึ้นสู่พระไตรลักษณ์แล้วกระทำให้ทุรพลจนไม่สามารถ
จะปรากฏโดยอาการว่าเที่ยง,  เป็นสุข,   และเป็นอัตตาได้อีก    ดุจดังการ
จับงูขึ้นหมุนไปรอบ ๆ    ในเบื้องบนแห่งศีรษะ    กระทำให้ทุรพลจนไม่
สามารถจะหวนกลับมากัดได้อีก.
            โคตรภูญาณ   ดุจดังการสลัดงูทิ้งไปฉะนั้น,
            มรรคญาณผลญาณก้าวขึ้นยืนอยู่บนบก    คือพระนิพพานดุจดัง
การที่บุรุษนั้นสลัดงูทิ้งไปแล้วขึ้นไปยืนอยู่บนบกฉะนั้น,
            ปัจจเวกขณญาณในธรรมมีมรรคเป็นต้น     ดุจดังการแลดูทางที่
มาแล้วของบุคคลผู้ร่าเริงฉะนั้น.
            ในบรรดาปัจจเวกขณญาณทั้งหลาย   พึงทราบว่า  กิเลสปัจจเวก-
ขณะ   การพิจารณากิเลส  เป็นครั้งแรก    ต่อแต่นั้นจึงเป็นการพิจารณา
มรรคผลและนิพพาน   เพราะลำดับแห่งเทศนาอันพระโยคีบุคคลกระทำ
แล้วตามลำดับแห่งการเกิดขึ้นแห่งญาณ ๑๔  เหล่านี้มีสุตมยญาณเป็นต้น
และตามลำดับแห่งการปฏิบัติ.
            ความที่แห่งกิเลสปัจจเวกขณะ      การพิจารณากิเลสตามสมควร
แก่การปฏิบัตินั่นแล   เป็นเบื้องต้นย่อมควร   เพราะท่านกล่าวการปฏิบัติ
มรรคไว้    เพราะทำการประหาณกิเลสนั่นแหละ    ให้เป็นข้อสำคัญว่า
พระโยคีบุคคลเจริญโลกุตรฌาน    อันเป็นนิยานิกธรรมนำออกจากทุกข์
เป็นอปจยคามีเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน       ก็เพื่อประหาณมิจฉาทิฏฐิ,
เพื่อบรรเทากามราคะและพยาบาทให้เบาบางลง,     เพื่อละกามราคะและ
พยาบาทไม่ให้มีส่วนเหลือ  เพื่อละรูปราคะ  อรูปราคะ  มานะ  อุทธัจจะ
และอวิชชาไม่ให้มีส่วนเหลือ,  แต่ลำดับแห่งการกล่าว่า  ท่านแสดงไว้แล้ว
ในอรรถกถา.
            ก็ลำดับนั้นมี  ๕ อย่างคือ  ลำดับแห่งการเกิดขึ้น  ลำดับแห่งการ
ประหาณ,   ลำดับแห่งการปฏิบัติ,  ลำดับแห่งภูมิ,    ลำดับแห่งเทศนา.
            คำมีอาทิอย่างนี้ว่า
                             ป€มํ  กลลํ  โหติ         กลลา  โหติ  อพฺพุทํ
                   อพฺพุทา  ชายเต  เปสิ           เปสิ  นิพฺพตฺตตี  ฆโนติ.
                             ในสัปดาห์ที่  ๑  เกิดเป็น   กลละ
                   ในสัปดาห์ที่  ๒  จากกลละก็เกิดเป็นอัพพุทะ
                   ในสัปดาห์ที่ ๓ จากอัพพุทะเกิดเป็นเปสิ
                   ในสัปดาห์ที่  ๔  จากเปสิเกิดเป็นฆนะ   ดังนี้
๑. คือลำดับแห่งการแสดง ที่ปรากฏในวรรคแรกว่า เทสนกฺกมสฺส กตตฺตา.
๒. สํ. ส. ๑๕/๘๐๓.