| าณทสฺสนวิสุทฺธิ ความบริสุทธิ์แห่งญาณทัสนะ (เห็นแจ่ม- |
| แจ้งด้วยปัญญา), ดังนี้ ชื่อว่า ลำดับแห่งการปฏิบัติ. |
| คำมีอาทิอย่างนี้ว่า |
| สภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นกามาวจระ, สภาว- |
| ธรรมทั้งหลายที่เป็นรูปาวจระ, สภาธรรมทั้งหลาย |
| ที่เป็นอรูปาวจระ๑ ดังนี้ ชื่อว่า ลำดับแห่งภูมิ. |
| คำมีอาทิอย่างนี้ว่า |
| สติปัฏฐาน ๔, สัมมัปธาน ๔, อิทธิบาท |
| ๔, อินทรีย์ ๕, โพชฌงค์ ๗, โพชฌงค์ ๗, อริย- |
| มรรคมีองค์ ๘๒. |
| หรือคำมีอาทิว่า |
| แสดงอนุปุพพิกถา คือ ทานกถา, สีลกถา, |
| สัคคกถา, ประกาศโทษ ความต่ำทราม ความ |
| เศร้าหมองแห่งกามทั้งหลาย และอานิสงส์ในการ |
| ออกจากกาม๓ ดังนี้ ชื่อว่า ลำดับแห่งการเทศนา. |
|
|
| แต่ในที่นี้ พึงทราบว่าหมายเอาลำดับ ๓ ประการ คือลำดับแห่ง |
| การเกิดขึ้นแห่งญาณ ๑๔, ลำดับแห่งการปฏิบัติ, และลำดับแห่งเทศนา |
| เพราะแสดงตามลำดับด้วยสามารถแห่งลำดับทั้ง ๒ นั้น. |
| |
| ๑๕. อรรถกถาวัตถุนานัตตญาณุทเทส |
| ว่าด้วย วัตถุนานัตตญาณ |
| นามรูปววัตถานญาณ ท่านยังมิได้กล่าวไว้ ฉะนั้นเพื่อที่จะแสดง |
| ประเภทแห่งนามรูป ๕ อย่างในบัดนี้ ท่านจึงยกเอาญาณ ๕ มีคำว่า |
| อชฺฌตฺตววตฺถาเน ปญฺา วตฺถุนานตฺเต าณํ ปัญญาในการ |
| กำหนดธรรมภายใน เป็นวัตถุนานัตตญาณ ขึ้นแสดง ณ บัดนี้. |
| จริงอยู่ในนามรูปทั้งสิ้นที่ท่านกล่าวแล้ว นามรูปใดอาจที่จะ |
| กำหนดได้, และนามรูปใดควรกำหนด, ก็จักกำหนดนามรูปนั้น. ส่วน |
| นามที่เป็นโลกุตระ ไม่อาจที่จะกำหนดได้ เพราะยังไม่บรรลุ และไม่ |
| ควรกำหนด เพราะนามที่เป็นโลกุตระไม่ใช่อารมณ์ของวิปัสสนา. |
| บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า อชฺฌตฺตววตฺถาเน-ในการกำหนด |
| ธรรมภายใน ความว่า ชื่อว่า อัชฌัตตะ เพราะอรรถว่า ทำตนให้ |
| เป็นอธิการเป็นไปโดยประสงค์นี้ว่า เราเมื่อเป็นไปอยู่อย่างนี้ ก็จักถึง |
| การยึดมั่นว่าเป็นอัตตาตัวตน. |
|