๘๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๘๕
            าณทสฺสนวิสุทฺธิ   ความบริสุทธิ์แห่งญาณทัสนะ  (เห็นแจ่ม-
แจ้งด้วยปัญญา),  ดังนี้   ชื่อว่า  ลำดับแห่งการปฏิบัติ.
            คำมีอาทิอย่างนี้ว่า
                   สภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นกามาวจระ,   สภาว-
            ธรรมทั้งหลายที่เป็นรูปาวจระ,   สภาธรรมทั้งหลาย
            ที่เป็นอรูปาวจระ  ดังนี้    ชื่อว่า   ลำดับแห่งภูมิ.
            คำมีอาทิอย่างนี้ว่า
                   สติปัฏฐาน  ๔, สัมมัปธาน   ๔,  อิทธิบาท
            ๔,   อินทรีย์  ๕,  โพชฌงค์  ๗,  โพชฌงค์  ๗,  อริย-
            มรรคมีองค์ ๘.
            หรือคำมีอาทิว่า
                   แสดงอนุปุพพิกถา   คือ   ทานกถา,   สีลกถา,
            สัคคกถา,    ประกาศโทษ     ความต่ำทราม  ความ
            เศร้าหมองแห่งกามทั้งหลาย    และอานิสงส์ในการ
            ออกจากกาม ดังนี้    ชื่อว่า   ลำดับแห่งการเทศนา.
๑. อภิ.สํ. ๓๔/๑๔. ๒. ม.อุ. ๑๔/๕๔. ๓. วิ.มหา. ๔/๓๑.
            แต่ในที่นี้   พึงทราบว่าหมายเอาลำดับ  ๓ ประการ  คือลำดับแห่ง
การเกิดขึ้นแห่งญาณ  ๑๔,   ลำดับแห่งการปฏิบัติ,   และลำดับแห่งเทศนา
เพราะแสดงตามลำดับด้วยสามารถแห่งลำดับทั้ง  ๒  นั้น.
๑๕. อรรถกถาวัตถุนานัตตญาณุทเทส
ว่าด้วย  วัตถุนานัตตญาณ
            นามรูปววัตถานญาณ  ท่านยังมิได้กล่าวไว้  ฉะนั้นเพื่อที่จะแสดง
ประเภทแห่งนามรูป ๕ อย่างในบัดนี้     ท่านจึงยกเอาญาณ  ๕    มีคำว่า
อชฺฌตฺตววตฺถาเน    ปญฺา    วตฺถุนานตฺเต    าณํ   ปัญญาในการ
กำหนดธรรมภายใน  เป็นวัตถุนานัตตญาณ   ขึ้นแสดง ณ บัดนี้.
            จริงอยู่ในนามรูปทั้งสิ้นที่ท่านกล่าวแล้ว        นามรูปใดอาจที่จะ
กำหนดได้,  และนามรูปใดควรกำหนด,  ก็จักกำหนดนามรูปนั้น.   ส่วน
นามที่เป็นโลกุตระ  ไม่อาจที่จะกำหนดได้   เพราะยังไม่บรรลุ    และไม่
ควรกำหนด   เพราะนามที่เป็นโลกุตระไม่ใช่อารมณ์ของวิปัสสนา.
            บรรดาคำเหล่านั้น  คำว่า  อชฺฌตฺตววตฺถาเน-ในการกำหนด
ธรรมภายใน  ความว่า  ชื่อว่า  อัชฌัตตะ   เพราะอรรถว่า    ทำตนให้
เป็นอธิการเป็นไปโดยประสงค์นี้ว่า   เราเมื่อเป็นไปอยู่อย่างนี้    ก็จักถึง
การยึดมั่นว่าเป็นอัตตาตัวตน.