| ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความคลายกำหนัดหายใจเข้า |
| ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความคลายกำหนัดหายใจออก |
| ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความดับหายใจเข้า |
| ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความดับหายใจออก |
| ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความสละคืนหายใจเข้า |
| ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความสละคืนหายใจออก |
| เป็นสมาธิแต่ละอย่าง ๆ ญาณย่อมเกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งสมาธินั้น |
| อาสวะทั้งหลายย่อมสิ้นไปด้วยญาณนั้น สมถะมีก่อน ญาณมีภายหลัง |
| ด้วยประการดังนี้ ความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายย่อมมีได้ด้วยญาณนั้น |
| เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการตัดอาสวะขาดเพราะความ |
| บริสุทธิ์แห่งสมาธิอันเป็นเหตุไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอานันตริกสมาธิญาณ. |
| |
| [๒๑๔] คำว่า อาสวา ความว่า อาสวะเหล่านั้นเป็นไฉน |
| อาสวะเหล่านั้น คือ กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ. |
| อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไป ณ ที่ไหน ทิฏฐาสวะทั้งสิ้น กามาสวะ |
| ภวาสวะ อวิชชาสวะ อันเป็นเหตุให้ไปสู่อบาย ย่อมสิ้นไปด้วยโสดา- |
| ปัตติมรรค อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะแห่งโสดาปัตติมรรคนี้. |
| กามาสวะส่วนหยาบ ภวาสวะ อวิชชาสวะ อันตั้งอยู่ร่วมกันกับ |
| กามาสวะนั้น ย่อมสิ้นไปด้วยสกทาคามิมรรค อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไป |
| ในขณะแห่งสกทาคามิมรรคนี้. |