| คำว่า ปณีตาธิมุตฺตตา ความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปใน |
| ธรรมอันว่างเปล่า ความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปในธรรมอันไม่มีนิมิต |
| ความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปในธรรมอันไม่มีที่ตั้ง และความที่จิต |
| เป็นธรรมชาติน้อมไปในผลสมาบัติอันประณีตและอย่าง ๆ |
| คำว่า อรณวิหาโร ความว่า ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน |
| จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนสมาบัติ ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญาตน- |
| สมาบัติ เป็นอรณวิหารแต่ละอย่าง ๆ. |
| คำว่า อรณวิหาโร ความว่า ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะอรรถว่า |
| กระไร ชื่อว่าอรณวิหาร เพราะอรรถว่า นำเสียงซึ่งนิวรณด้วยปฐม- |
| ฌาน นำเสียซึ่งวิตกวิจารด้วยททุติยฌาน นำเสียซึ่งปีติด้วยตติยฌาน |
| นำเสียซึ่งสุขและทุกข์ด้วยจตุตถฌาน นำเสียซึ่งรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา- |
| นานัตตสัญญา ด้วยอากาสานัญจายตนสมาบัติ นำเสียซึ่งอากาสานัญ- |
| จายตนสัญญา ด้วยวิญญาณัญจายตนสมาบัติ นำเสียซึ่งวิญญาณัญจา- |
| ยตนสัญญา ด้วยอากิญจัญญายตนสมาบัติ นำเสียซึ่งอากิญจัญญายตน- |
| สัญญา ด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ นี้ชื่อว่าอรณวิหาร. |
| ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะ |
| อรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ทัสนาธิปไตย วิหาราธิคม |
| อันสงบ และปัญญาในความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปในผลสมาบัติอัน |
| ประณีต เป็นอรณวิหารญาณ. |