๘๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๘๙
๑๗. อรรถกถาจริยานานัตตญาณุทเทส
ว่าด้วย จริยานานัตตญาณ
            คำว่า  จริยาววตฺถาเน   ในการกำหนดจริยา    ความว่า  ในการ
กำหนดจริยาทั้งหลาย  คือวิญญาณจริยา  อัญญาณจริยา  และญาณจริยา.
อาจารย์บางพวกทำรัสสะเสียบ้าง   แล้วสวดว่า   จริยววตฺถาเน.
๑๘.  อรรถกถาภูมินานัตตญาณุทเทส
ว่าด้วย  ภูมินานัตตญาณ
            คำว่า   จตุธมฺมววตฺถาเน - ในการกำหนดธรรม ๔ ความว่า
ในการกำหนดธรรมทั้งหลายอย่างละ  ๔  ด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลาย
๑๔   มีธรรมในกามาวจรภูมิเป็นต้นหมวดละ  ๔.
            ก็คำว่า   ภูมิ - ภาคพื้น     ย่อมเป็นไปในอรรถว่าปฐวีแผ่นดิน
ดุจในประโยคว่า      เงินทองทั้งที่มีอยู่ในพื้นดิน       ทั้งที่อยู่ในอากาศ
เป็นต้น.    เป็นไปในอรรถว่าวิสัย -  สถานที่   ดุจในประโยคว่า  ลูกเอ๋ย
เจ้าอย่าซ่องเสพภูมิสถานอันไม่สมควร เป็นต้น.      เป็นไปในอรรถว่า
๑. สํ.ส. ๑๔/๔๑๓. ๒. ขุ.ชา. ๒๗/๘๖๓.
อุปปัชชนัฏฐาน -  ที่เป็นที่เกิด   ดุจในประโยคว่า  กามาวจรจิต  อันเป็น
ที่เกิดแห่งสุขเวทนา     เป็นต้น.     แต่ในที่นี้ย่อมเป็นไปในโกฏฐาสะคือ
ส่วน.   อาจารย์บางพวกกล่าวว่า   ย่อมเป็นไปในอรรถว่า      ปริจเฉทะ
แปลว่ากำหนด   ก็มี.
๑๙.  อรรถกถาธัมมนานัตตญาณุทเทส
ว่าด้วย  ธัมมนานัตตญาณ
            คำว่า   นวธมฺมววตฺถาเน - ในการกำหนดธรรม  ๙  ความว่า
ในการกำหนดธรรมทั้งหลายอย่างละ ๙ ด้วยสามารถแห่งกามาวจรกุศล-
จิต,   ด้วยสามารถแห่งจิตมีความปราโมทย์เป็นมูล,     และด้วยสามารถ
แห่งจิตมีมนสิการเป็นมูล.
            ก็บรรดาญาณทั้ง ๕ เหล่านี้    อัชฌัตตธรรม   เป็นธรรมอันพระ-
โยคีบุคคลพึงกำหนดูก่อน.      ฉะนั้น      ท่านจึงกล่าววัตถุนานัตตญาณ
ญาณในความต่าง ๆ แห่งวัตถุไว้เป็นที่   ๑,   จากนั้นก็พึงกำหนดอารมณ์
แห่งนานัตตธรรมเหล่านั้น    ฉะนั้นในลำดับ    ต่อจากนั้นวัตถุนานัตต-
ญาณนั้น    ท่านจึงกล่าวโคจรนานัตตญาณ    คือญาณในความต่างกันแห่ง
อารมณ์,    ญาณอีก ๓ อื่นจากนั้น   ท่านกล่าวโดยอนุโลมการนับด้วย
สามารถแห่งธรรม ๓,๔   และ  ๙.