| ก็วิปัสสนาอันมีลักษณะเป็นอารมณ์ เป็นไปด้วยสามารถแห่ง |
| การละวิปลาสทั้งหลาย มีนิจสัญญาวิปลาสเป็นต้น ในธรรมทั้งหลาย |
| เหล่านั้นเสียได้นั่นแล ชื่อว่า ปหานปริญญา. |
| บรรดาปริญญาทั้ง ๓ นั้น ตั้งต้นแต่สังขารปริจเฉทญาณ ญาณ |
| ในการกำหนดสังขารธรรม จนถึงปัจจยปริคคหญาณ ญาณในการ |
| กำหนดสังขารธรรมโดยความเป็นปัจจัย เป็นภูมิของญาตปริญญา. |
| เพราะในระหว่างนี้ ความเป็นอธิบดีย่อมมีแก่พระโยคีบุคคลผู้แทงตลอด |
| ลักษณะโดยเฉพาะ ๆ ของสภาวธรรมทั้งหลายได้. |
| ตั้งแต่กลาปสัมมสนญาณ ญาณในการพิจารณาสังขารธรรมโดย |
| กลาป จนถึงอุทยัพพยานุปัสสนาญาณ ญาณในการเห็นอยู่เนือง ๆ ซึ่ง |
| การเกิดขึ้นและดับไปของสังขารธรรม เพราะในระหว่างนี้ ความเป็น |
| อธิบดีย่อมมีแก่พระโยคีบุคคลผู้แทงตลอดสามัญลักษณะได้. |
| ตั้งต้นแต่ภังคานุปัสสนาญาณ ญาณในการเห็นอยู่เนือง ๆ ซึ่ง |
| ความดับไปแห่งสังขารธรรมขึ้นไป เป็นภูมิแห่งปหานปริญญา. เพราะ |
| จำเดิมแต่นั้นไปความเป็นอธิบดีย่อมมีแก่อนุปัสสนา ๗ อันจะให้สำเร็จ |
| การละวิปลาสมีนิจสัญญาวิปลาสเป็นต้น ได้อย่างนี้คือ เมื่อพิจารณา |
| เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง ก็ย่อมละนิจสัญญาวิปลาสได้, เมื่อ |
| พิจารณาเห็นโดยความเป็นทุกข์ ก็ละสุขสัญญาวิปลาสได้, เมื่อพิจารณา |
| เห็นโดยความเป็นอนัตตา ก็ละอัตตสัญญาวิปลาสได้, เมื่อเบื่อหน่าย |