๙๑    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๒
            ก็วิปัสสนาอันมีลักษณะเป็นอารมณ์      เป็นไปด้วยสามารถแห่ง
การละวิปลาสทั้งหลาย    มีนิจสัญญาวิปลาสเป็นต้น   ในธรรมทั้งหลาย
เหล่านั้นเสียได้นั่นแล   ชื่อว่า   ปหานปริญญา.
            บรรดาปริญญาทั้ง  ๓  นั้น  ตั้งต้นแต่สังขารปริจเฉทญาณ  ญาณ
ในการกำหนดสังขารธรรม     จนถึงปัจจยปริคคหญาณ     ญาณในการ
กำหนดสังขารธรรมโดยความเป็นปัจจัย           เป็นภูมิของญาตปริญญา.
เพราะในระหว่างนี้   ความเป็นอธิบดีย่อมมีแก่พระโยคีบุคคลผู้แทงตลอด
ลักษณะโดยเฉพาะ ๆ ของสภาวธรรมทั้งหลายได้.
            ตั้งแต่กลาปสัมมสนญาณ   ญาณในการพิจารณาสังขารธรรมโดย
กลาป   จนถึงอุทยัพพยานุปัสสนาญาณ   ญาณในการเห็นอยู่เนือง ๆ  ซึ่ง
การเกิดขึ้นและดับไปของสังขารธรรม   เพราะในระหว่างนี้   ความเป็น
อธิบดีย่อมมีแก่พระโยคีบุคคลผู้แทงตลอดสามัญลักษณะได้.
            ตั้งต้นแต่ภังคานุปัสสนาญาณ     ญาณในการเห็นอยู่เนือง ๆ  ซึ่ง
ความดับไปแห่งสังขารธรรมขึ้นไป   เป็นภูมิแห่งปหานปริญญา.   เพราะ
จำเดิมแต่นั้นไปความเป็นอธิบดีย่อมมีแก่อนุปัสสนา  ๗   อันจะให้สำเร็จ
การละวิปลาสมีนิจสัญญาวิปลาสเป็นต้น    ได้อย่างนี้คือ    เมื่อพิจารณา
เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง      ก็ย่อมละนิจสัญญาวิปลาสได้,    เมื่อ
พิจารณาเห็นโดยความเป็นทุกข์  ก็ละสุขสัญญาวิปลาสได้,   เมื่อพิจารณา
เห็นโดยความเป็นอนัตตา    ก็ละอัตตสัญญาวิปลาสได้,    เมื่อเบื่อหน่าย
ก็ละความเพลิดเพลินได้,  เมื่อคลายกำหนัด   ก็ละราคะได้,    เมื่อให้ดับ
ก็ละสมุทัยได้,   เมื่อสละคืนก็ละความถือมั่นเสียได้  ดังนี้.
            บรรดาคำเหล่านั้น  คำว่า   อภิญฺาปญฺา  ได้แก่  ปัญญาเป็น
เครื่องรู้ตามสภาวะมีรุปปนลักษณะ  คือ  รูปมีอันแตกดับไปเป็นลักษณะ
เป็นต้น   แห่งสภาวธรรมทั้งหลาย.      จริงอยู่    ปัญญานั้นท่านเรียกว่า
อภิญญา     เพราะอธิบายด้วยอภิศัพท์มีอรรถว่างามดังนี้   คือ   การรู้งาม
ด้วยสามารถแห่งการรู้สภาวะของธรรมเหล่านั้น ๆ.
            คำว่า   าตฏฺเ€    าณํ - ญาณในอรรถว่ารู้   ได้แก่ญาณ   อัน
มีความรู้เป็นสภาวะ.
๒๑. อรรถกถาตีรณัฏฐญาณุทเทส
ว่าด้วย  ตีรณัฏฐญาณ
            คำว่า   ปริญฺาปญฺา - ได้แก่  ปัญญาเป็นเครื่องรู้.    จริงอยู่
ปัญญานั้น  ท่านเรียกว่า   ปริญญา    เพราะอธิบายด้วย  ปริ ศัพท์    มี
อรรถว่า  ซึมซาบไปรอบ  ดังนี้คือ   ความรู้ที่ซึมซาบไปด้วยสามารถแห่ง
สามัญลักษณะมีอนิจลักษณะเป็นต้น     หรือด้วยสามารถแห่งการเข้าถึง
กิจของตน.
๑. ขุ.ป. ๓๑/๑๑๒.