| บทว่า อธมฺมเตชํ - เดชมิใช่ธรรม ได้แก่ เดช อันเป็นถ้อยคำ |
| แสดงลัทธิของพวกเดียรถีย์ต่าง ๆ. เมื่อท่านกล่าวอรรถวิกัปที่สอง ใน |
| การพรรณนาอุทเทสแห่งญาณนี้ เดช คือ ความเป็นผู้ทุศีลมาก มี |
| ๑๙ อย่าง มีราคะเป็นต้น. ในบทนี้ว่า อภิสงฺขารา ภวคามิกมฺมา |
| ได้แก่ อปุญญาภิสังขารและอกุศลกรรม เป็นเดชมิใช่บุญ. อาเนญชา- |
| ภิสังขารเป็นกุศลกรรมฝ่ายโลกิยะ ชื่อว่า ย่อมเป็นปฏิปักษ์ต่อเดชมิใช่ |
| บุญ เพราะยังบุญเดชให้สิ้นไป. สภาพต่าง ๆ ๑๕ มีกามฉันทะ |
| เป็นต้น ย่อมเป็นเดชมิใช่คุณ. สภาพต่าง ๆ ๑๘ มีนิจสัญญาเป็นต้น |
| ย่อมเป็นเดชแห่งความเป็นผู้มีปัญญาทราม. สภาพต่าง ๆ ๔ อันทำลาย |
| มรรค ๔ ย่อมเป็นเดชมิใช่บุญ. พึงสงเคราะห์เดชมิใช่ธรรม ด้วย |
| สภาพต่าง ๆ อันทำลายโสดาปัตติมรรค. |
| พระสารีบุตรเถระประสงค์จะแสดงธรรมเครื่องขัดเกลา ด้วย |
| ธรรมมิใช่เครื่องขัดเกลา อันเป็นปฏิปักษ์ต่อธรรมเครื่องขัดเกลาไว้ใน |
| นิทเทส จึงแสดงธรรมเครื่องขัดเกลาไว้ก่อนธรรมมิใช่เครื่องขัดเกลา. |
| ธรรมสภาพเดียว ๓๗ มีเนกขัมมะเป็นต้น ท่านกล่าวว่า เป็นธรรม |
| เครื่องขัดเกลา เพราะขัดเกลาธรรมเป็นข้าศึก. ญาณในธรรมเครื่อง |
| ขัดเกลา ๓๗ ประเภท มีเนกขัมมะเป็นต้นนั้น ชื่อว่า สัลเลขัฏฐญาณ. |
| จบ อรรถกถาสัลเลขัฏฐญาณนิทเทส |