๙๑๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๑๕
            ชื่อว่าญาณ    เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น    ชื่อว่าปัญญา    เพราะ
อรรถว่ารู้ชัด    เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า   ปัญญาในความประคองไว้
ซึ่งจิตอันไม่หดหู่และจิตส่งไป  เป็นวีริยารัมภญาณ.
๓๘.  อรรถกถาวีริยารัมภญาณนิทเทส
            [๒๓๗ - ๒๓๘]  พึงทราบวินิจฉัยในวีริยารัมภญาณนิทเทสดังต่อ
ไปนี้.   บทว่า   อนุปฺปนฺนานํ - ที่ยังไม่เกิด   คือ  ยังไม่เกิดในอัตภาพ
หนึ่ง    หรือในอารมณ์หนึ่ง.    เพราะชื่อว่าอกุศล  อันไม่เกิดในสงสาร
อันไม่รู้เบื้องต้นและที่สุด    ย่อมไม่มี   แต่กุศลมี.
            บทว่า  ปาปกานํ   คือ  ลามก.
            บทว่า  อกุสลานํ   ธมฺมานํ  คือ  ธรรม  อันเป็นความไม่ดี.
            บทว่า    อนุปฺปาทาย -  เพื่อมิให้เกิดขึ้น    คือ    เพื่อความที่จะ
ไม่ให้เกิดขึ้น.
            บทว่า  อุปฺปนฺนานํ  คือ  ที่เกิดแล้วในอัตภาพนี้.
            บทว่า   ปหานาย   คือ   เพื่อต้องการละ.
            บทว่า  อนุปฺปนฺนานํ    กุสลานํ   ธมฺมานํ - กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด
คือ   ธรรมอันเป็นความดีที่ยังไม่เคยเกิดในอัตภาพนี้.
            บทว่า   อุปฺปาทาย   คือ   เพื่อต้องการให้เกิด.
            บทว่า  อุปฺปนฺนานํ  -  ที่เกิดขึ้นแล้ว   คือ  ที่เกิดแล้วในอัตภาพนี้.
            บทว่า   ฐิติยา  คือ  เพื่อความตั้งมั่น.
            บทว่า   อสมฺโมสาย - เพื่อความไม่เลอะเลือน    คือ   เพื่อความ
ไม่สูญหาย.
            บทว่า   ภิยฺโยภาวาย - เพื่อความเจริญยิ่ง   คือ   เพื่อเกิดบ่อย ๆ.
            บทว่า  เวปุลฺลาย  คือ  เพื่อความไพบูลย์.
            บทว่า   ภาวนาย   คือ  เพื่อความเจริญ.
            บทว่า  ปาริปูริยา   คือ  เพื่อความบริบูรณ์.
            บัดนี้   พระสารีบุตรเถระ   เพื่อแสดงถึงกามฉันทะในอกุศลและ
เนกขัมมะในกุศลให้แปลกออกไป  จึงกล่าวบทมีอาทิว่า  อนุปฺปนฺนสฺส
กามจฺฉนฺทสฺส - กามฉันทะที่ยังไม่เกิด.
            ในบทเหล่านั้น   บทว่า  กามจฺฉนฺโท  ได้แก่   กามราคะ  อัน
เป็นปฏิปักษ์ต่อสมาธิ.
            บทว่า   เนกฺขมฺมํ   ได้แก่    ปฐมฌานสมาธิ    หรือปฐมฌาน
หรือกุศลธรรมทั้งหมดนั่นและ  เป็นเนกขัมมะ.
            บัดนี้   พระสารีบุตรเถระเพื่อแสดงประกอบ   ด้วยสามารถแห่ง
กิเลสทั้งปวง   และอรหัตมรรคอันเป็นปฏิปักษ์ต่อกิเลสทั้งปวง   จึงกล่าว
บทมีอาทิว่า   อนุปฺปนฺนานํ   สพฺพกิเลสานํ - ยังกิเลสทั้งปวงที่ยังไม่
เกิดขึ้น.