| บทว่า อุปฺปนฺนานํ - ที่เกิดขึ้นแล้ว คือ ที่เกิดแล้วในอัตภาพนี้. |
| บทว่า ฐิติยา คือ เพื่อความตั้งมั่น. |
| บทว่า อสมฺโมสาย - เพื่อความไม่เลอะเลือน คือ เพื่อความ |
| ไม่สูญหาย. |
| บทว่า ภิยฺโยภาวาย - เพื่อความเจริญยิ่ง คือ เพื่อเกิดบ่อย ๆ. |
| บทว่า เวปุลฺลาย คือ เพื่อความไพบูลย์. |
| บทว่า ภาวนาย คือ เพื่อความเจริญ. |
| บทว่า ปาริปูริยา คือ เพื่อความบริบูรณ์. |
| บัดนี้ พระสารีบุตรเถระ เพื่อแสดงถึงกามฉันทะในอกุศลและ |
| เนกขัมมะในกุศลให้แปลกออกไป จึงกล่าวบทมีอาทิว่า อนุปฺปนฺนสฺส |
| กามจฺฉนฺทสฺส - กามฉันทะที่ยังไม่เกิด. |
| ในบทเหล่านั้น บทว่า กามจฺฉนฺโท ได้แก่ กามราคะ อัน |
| เป็นปฏิปักษ์ต่อสมาธิ. |
| บทว่า เนกฺขมฺมํ ได้แก่ ปฐมฌานสมาธิ หรือปฐมฌาน |
| หรือกุศลธรรมทั้งหมดนั่นและ เป็นเนกขัมมะ. |
| บัดนี้ พระสารีบุตรเถระเพื่อแสดงประกอบ ด้วยสามารถแห่ง |
| กิเลสทั้งปวง และอรหัตมรรคอันเป็นปฏิปักษ์ต่อกิเลสทั้งปวง จึงกล่าว |
| บทมีอาทิว่า อนุปฺปนฺนานํ สพฺพกิเลสานํ - ยังกิเลสทั้งปวงที่ยังไม่ |
| เกิดขึ้น. |