๙๒๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๒๓
            บทว่า   ธมฺมฏฺเ€น - โดยสภาพที่เป็นธรรม  คือ  โดยสภาพที่
เป็นธรรมมีการทรงไว้ซึ่งสภาพเป็นต้น.
            บทว่า     ธาตฏฺเ€น - โดยสภาพที่เป็นธาตุ   คือ  โดยสภาพที่เป็น
ธาตุมีความไม่มีชีวะเป็นต้น.
            บทว่า   าตฏฺเ€น - โดยสภาพที่อาจรู้  คือ   โดยสภาพที่อาจรู้
ด้วยญาณอันเป็นโลกิยะและโลกุตระ.      พึงทราบว่ามีสภาพอาจรู้แม้ใน
บทนี้เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวไว้ว่า   ทิฏฺ€ํ  -  รูปที่เห็น    สุตํ  -  เสียงที่
ได้ยิน  มุตํ -  อารมณ์ ๓ ที่รู้   วิญฺาตํ  -  ธรรมที่รู้แล้วเป็นรูป   โดย
อรรถมีสภาพที่อาจเห็นได้เป็นต้น   ฉะนั้น.
            บทว่า   สจฺฉิกิริยฏฺเ€น  -  โดยสภาพที่ควรทำให้แจ้ง   คือ  โดย
สภาพที่ควรทำให้ประจักษ์โดยอารมณ์.
            บทว่า   ผุสนฏฺเ€น  - โดยสภาพที่ควรถูกต้อง   ถือ    โดยสภาพ
ที่ควรถูกต้องบ่อย ๆ  โดยอารมณ์ของสภาพที่ทำให้ประจักษ์แล้ว.
            บทว่า  อภิสมยฏฺเ€น - โดยสภาพที่ควรตรัสรู้  คือ  โดยสภาพ
ที่ควรตรัสรู้ด้วยญาณอันเป็นโลกิยะ.    ถึงแม้ท่านกล่าวญาณหนึ่ง ๆ  ว่า
ปัญญาในสภาพถ่องแท้เป็นญาณในวิวัฏฏะ  คือ นิพพาน  จริง.  ปัญญาที่
ควรรู้ยิ่งเป็นญาณในสภาพที่ควรรู้.    ปัญญาที่ควรทำให้แจ้งเป็นญาณใน
สภาพที่ควรถูกต้อง.   อนึ่ง  ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาว่า
                 สมวาเย   ขเณ  กาเล           สมูเห  เหตุทิฏฺ€ิสุ
                 ปฏิลาเภ  ปหาเน จ        ปฏิเวเธ  จ  ทิสฺสติ.
                          พระโยคาวจรย่อมปรากฏในหมู่  ขณะ  กาล
                 ที่ประชุม   เหตุ  ทิฏฐิ   การได้  การละ  และในการ
                 แทงตลอด.
            ในการพรรณนาคาถา  ท่านกล่าวอรรถแห่งปฏิเวธ   แห่งอภิสมย-
ศัพท์.  แต่ถึงดังนั้นในที่นี้พึงทราบสภาพต่าง ๆ   แห่งธรรมเหล่านั้นด้วย
อรรถตามที่กล่าวแล้ว.    เพราะในอรรถกานั่นแหละท่านกล่าวถึงการ
ตรัสรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งญาณอันเป็นโลกิยะ.
            บทว่า   กามจฺฉนฺโท  นานตฺตํ -  กามฉันทะเป็นความต่าง ๆ ความ
ว่า    กามฉันทะเป็นสภาพต่าง  ๆ     เพราะมีอารมณ์ต่าง  ๆ   โดยมีความ
ฟุ้งซ่าน.  พึงทราบกิเลสทั้งหมด   ด้วยประการฉะนี้.
            บทว่า เนกฺขมฺมํ  เอกตฺตํ  -  เนกขัมมะเป็นอันเดียวกัน  ความว่า
เนกขัมมะมีสภาพเป็นอันเดียวกันโดยมีจิตเป็นเอกกัคตา      และโดยไม่มี
ความฟุ้งซ่านของอารมณ์ต่าง ๆ.    พึงทราบกุศลทั้งปวงด้วยประการฉะนี้.
ในที่นี้พึงทราบความต่างแห่งอกุศลทั้งหลายมีพยาบาทเป็นต้น  ที่ท่านย่อ
ไว้โดยไปยาลด้วยอรรถตามที่กล่าวแล้ว.  อนึ่ง   พึงทราบความต่างของ
ธรรมเบื้องต่ำ ๆ    มีวิตกวิจารเป็นต้น      โดยเป็นสภาพหยาบกว่าธรรม
เบื้องสูง ๆ.   เพราะการแทงตลอดความต่าง ๆ  และความเป็นอันเดียวกัน