| เป็นปัจจัย ก็ย่อมมีกุศลเวทนา เพราะสัมมาวิมุตติเป็นปัจจัย ก็ย่อมมี |
| กุศลเวทนา เพราะความสงบแห่งสัมมาวิมุตติ เป็นปัจจัย ก็ย่อมมีอกุศล. |
| เวทนา เพราะฉันทะเป็นปัจจัย ก็ย่อมมีอกุศลเวทนา เพราะความสงบ |
| แห่งฉันทะเป็นปัจจัย ก็ย่อมมีกุศลเวทนา เพราะวิตกเป็นปัจจัย ก็ย่อม |
| มีอกุศลเวทนา เพราะความสงบแห่งวิตกเป็นปัจจัย ก็ย่อมมีกุศลเวทนา |
| เพราะสัญญาเป็นปัจจัย ก็ย่อมีอกุศลเวทนา เพราะความสงบแห่ง |
| สัญญาเป็นปัจจัย ก็ย่อมมีกุศลเวทนา เพราะฉันทะ วิตก และสัญญา |
| เป็นธรรมไม่สงบนั้นเป็นปัจจัย๑ ก็ย่อมมีอกุศลเวทนา เพราะฉันทะเป็น |
| ธรรมสงบ แต่เพราะวิตกและสัญญาเป็นธรรมไม่สงบนั้นเป็นปัจจัย๒ ก็ |
| ย่อมมีอกุศลเวทนา เพราะฉันทะและวิตกเป็นธรรมไม่สงบนั้นเพราะสัญญา |
| เป็นธรรมไม่สงบนั้นเป็นปัจจัย๓ ก็ย่อมมีอกุศลเวทนา เพราะฉันทะ วิตก |
| และสัญญา เป็นธรรมสงบนั้นเป็นปัจจัย๔ ก็ย่อมมีกุศลเวทนา ความเพียร |
| เพื่อจะบรรลุอรหัตผลที่ยังไม่บรรลุมีอยู่ แม้เพราะเมื่อยังไม่ได้บรรลุ |
| อริยมรรคอันเป็นเหตุแห่งอรหัตผลนั้นเป็นปัจจัย๕ก็ย่อมมีกุศลเวทนา. |
| |
| ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะ |
| อรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการรวมธรรม |
| เป็นปเทสวิหารญาณ. |
|