๙๓๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๓๓
ปัจจัย    ย่อมมีกุศลเวทนาว่า   มิจฺฉาทิฏฺ€ิวูปสมปจฺจยา.  ส่วนอาจารย์
บางพวกกล่าวว่า   ชื่อว่า   ความสงบแห่งมิจฉาทิฏฐิ    ย่อมมีในขณะแห่ง
วิปัสสนา   และในขณะแห่งโสดาปัตติมรรค.
            แม้ในบทนี้ว่า   สมฺมาทิฏฺ€ปจฺจยาปิ  เวทยิตํ - เพราะมีสัมมา-
ทิฏฐิเป็นปัจจัย  ก็ย่อมมีกุศลเวทนา  มีอธิบายดังต่อไปนี้  เวทนาสัมปยุต
ด้วยสัมมาทิฏฐิบ้าง   เวทนาเป็นกุศล   อกุศลบ้าง    เวทนาเป็นวิบากบ้าง
เกิดขึ้นทำสัมมาทิฏฐิให้เป็นอุปนิสัย     ย่อมควร.     ในเวทนาเหล่านั้น
เวทนาสัมปยุตด้วยสัมมาทิฏฐิเป็นกุศลเท่านั้น.
            อนึ่ง   พวกสัมมาทิฏฐิอาศัยสัมมาทิฏฐิทำบุญ   มีอาทิอย่างนี้  คือ
พุทธบูชาจัดประทีปและดอกไม้   ฟังมหาธรรม   ก่อพระเจดีย์ในทิศที่ยัง
ไม่ได้ก่อ      ด้วยประการฉะนี้       กุศลเวทนาย่อมเกิดแก่สัมมาทิฏฐิชน
เหล่านั้น.      สัมมาทิฏฐิชนเหล่านั้นอาศัยสัมมาทิฏฐิด่าบริภาษ     พวก
มิจฉาทิฏฐิ,   ยกตนข่มผู้อื่น   ด้วยประการฉะนี้   อกุศลเวทนา  ย่อมเกิด
แก่สัมมาทิฏฐิชนเหล่านั้น.   ส่วนวิบากเวทนา  ย่อมมีแก่ผู้ไปในภพอื่น.
            อนึ่ง    สัมมาทิฏฐินั้น    ย่อมเป็นปัจจัยแก่มิจฉาทิฏฐิ    อันเป็น
ปัจจุบันเวทนาที่ดับไปใกล้ที่สุด      ซึ่งเกิดร่วมกันด้วยอำนาจแห่งปัจจัย
ดังกล่าวแล้วนั่นแหละ.      โลกิยสัมมาทิฏฐิ     ย่อมเป็นปัจจัยแก่เวทนา
อันสัมปยุตด้วยการพิจารณา   อันสัมปยุตด้วยวิปัสสนา   และอันสัมปยุต
ด้วยความใคร่   ด้วยอำนาจอารัมมณปัจจัย.   โลกิยสัมมาทิฏฐิ   ย่อมเป็น
ปัจจัยแก่มิจฉาทิฏฐิด้วยอุปนิสสยปัจจัย      โดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละ
สัมมาทิฏฐิอันเป็นมรรคผล  ย่อมเป็นปัจจัยแก่เวทนาอันสัมปยุตด้วยการ
พิจารณา   ด้วยสามารถแห่งอารัมมณาธิปติปัจจัย  และอารัมมณูปนิสสย-
ปัจจัย.
         บทว่า  สมฺมาทิฏฺ€ิวูปสมปจฺจยาปิ  เวทยิตํ - เพราะความสงบ
แห่งสัมมาทิฏฐิเป็นปัจจัย   ก็ย่อมมีอกุศลเวทนา   ความว่า   มิจฉาทิฏฐิ
ชื่อว่า   ความสงบแห่งสัมมาทิฏฐิ.    เพราะฉะนั้น    พึงทราบบทที่ท่าน
กล่าวว่า   เพราะมิจฉาทิฏฐิเป็นปัจจัย   ก็ย่อมมีอกุศลเวทนานั่นแหละว่า
สมฺมาทิฏ€ิวูสสมปจฺจยา - เพราะความสงบแห่งสัมมาทิฏฐิเป็นปัจจัย.
แม้ในบทมีอาทิว่า   มิจฺฉาสงฺกปฺปปจฺจยา   มิจฺฉาสงฺกปฺปวูปสมปจฺ-
จยา -  เพราะมิจฉาสังกัปปะเป็นปัจจัย      เพราะความสงบแห่งมิจฉาสัง-
กัปปะเป็นปัจจัย   ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.   จริงอยู่   ท่านกล่าวว่า   วูปสม-
ปจฺจยา -  เพราะความสงบเป็นปัจจัยแห่งธรรมใด  ๆ    ท่านประสงค์เอา
เวทนานั้น  ๆ   เพราะมีธรรมเป็นปฏิปักษ์แห่งธรรมนั้น ๆ   เป็นปัจจัย.
          อนึ่ง  พึงทราบความในมิจฉาญาณเป็นต้นดังต่อไปนี้     ความคิด
เพื่อหาอุบายในการทำบาป   ชื่อว่า   มิจฉาญาณ.   อีกอย่างหนึ่ง   มิจฉา-
ญาณ  คือ   ญาณในการพิจารณาผิด.   ญาณอันเป็นกุศลและอัพยากฤต
ที่เหลือเว้นวิปัสสนาสัมมาทิฏฐิ   และโลกุตรสัมมาทิฏฐิ   ชื่อว่า   สัมมา-
ญาณ.   ความพ้นจากบาป   ชื่อว่า   มิจฉาวิมุตติ.   อีกอย่างหนึ่ง   ความ