| [๒๔๗] ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความเป็นต่าง ๆ |
| เป็นเจโตวิวัฏฏญาณอย่างไร ? |
| กามฉันทะเป็นความเป็นต่าง ๆ เนกขัมมะเป็นอย่างเดียว เมื่อ |
| พระโยคาวจรคิดถึงความที่เนกขัมมะเป็นธรรมอย่างเดียว จิตย่อมหลีก |
| ออกจากกามฉันทะ เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจาก |
| ความเป็นต่าง ๆ จึงเป็นเจโตวิวัฏฏญาณ พยาบาทเป็นความเป็นต่าง ๆ |
| ความไม่พยาบาทเป็นอย่างเดียว เมื่อพระโยคาวจรคิดถึงความที่ความไม่ |
| พยาบาทฟ้อนรำอย่างเดียว จิตย่อมหลีกออกจากพยาบาท เพราะ |
| ฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความเป็นต่าง ๆ จึงเป็น |
| เจโตวิวัฏฏญาน ถีนมิทธะเป็นความเป็นต่าง ๆ อาโลกสัญญาเป็นอย่าง |
| เดียว เมื่อพระโยคาวจรคิดถึงความที่อาโลกสัญญาเป็นธรรมอย่างเดียว |
| จิตย่อมหลีกออกจากถีนมิทธะ เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีก |
| ออกจากความเป็นต่าง ๆ จึงเป็นเจโตวิวัฏฏญาณ ฯลฯ กิเลสทั้งปวง |
| เป็นความเป็นต่างๆ อรหัตมรรคเป็นอย่างเดียว เมื่อพระโยคาวจรคิดถึง |
| ความที่อรหัตมรรคฟ้อนรำอย่างเดียว จิตย่อมหลีกออกจากกิเลส |
| ทั้งปวง เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความเป็น |
| ต่างๆ จึงเป็นเจโตวิวัฏฏญาณ. |
| ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะ |
| อรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในธรรมเป็นเหตุ |
| หลีกออกจากความเป็นต่างๆ เป็นเจโตวิวัฏฏญาณ. |