๙๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๕
            คำว่า  เอกรสฏฺเ€   าณํ - ญาณในอรรถว่ามีรสเดียว  ได้แก่
ญาณมีกิจอันเดียวเป็นสภาวะ,   หรือญาณมีรสอันเป็นสภาวะ  คือวิมุตติ.
๒๔. อรรถกถาผัสสนัฏฐญาณุทเทส
ว่าด้วย  ผัสสนัฏฐญาณ
            คำว่า      สจฺฉิกิริยาปญฺา - ปัญญาเป็นเครื่องกระทำพระ-
นิพพานให้แจ้ง  ได้แก่  ปัญญาเป็นเครื่องกระทำพระนิพพานให้ประจักษ์
ด้วยสามารถแห่งการแทงตลอด    หรือด้วยสามารถแห่งการได้เฉพาะ.
            คำว่า  ผสฺสนฏฺเ€  าณํ  ได้แก่  ญาณมีการได้ซึ่งพระนิพพาน
เป็นสภาวะ   ด้วยสามารถแห่งการแทงตลอดและการได้เฉพาะทั้ง ๒ นั้น
นั่นแล.
๒๕-๒๘. อรรถกถาอรรถปฏิสัมภิทาธรรมปฏิสัมภิทา
นิรุตติปฏิสัมภิทาปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณุทเทส
ว่าด้วย  ปฏิสัมภิทาญาณ  ๔
            บัดนี้    ญาณในการละ  ในการเจริญ   และในการกระทำพระ-
นิพพานให้แจ้งย่อมประกอบด้วยอริยมรรคอริยผล  ฉะนั้น ท่านจึงยกเอา
ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ อันพระอริยบุคคลนั่นแหละ    จะต้องได้ขึ้นแสดงต่อ
จากผัสสนญาณนั้น.
           แม้ในปฏิสัมภิทา  ๔  นั้น      อรรถะคือผลธรรมอันเกิดแต่ปัจจัย
ย่อมปรากฏดุจทุกขสัจจะ    และเป็นธรรมอันใคร ๆ  จะพึงรู้ได้โดยง่าย
เพราะฉะนั้นท่านจึงยก   อรรถปฏิสัมภิทาญาณ  ขึ้นแสดงก่อน,    ต่อแต่
นั้นก็ยก ธรรมปฏิสัมภิทาญาณ  ขึ้นแสดง    เพราะอรรถะนั้นเป็นวิสัย
แห่งธรรมอันเป็นเหตุ,     ต่อแต่นั้นจึงยกเอานิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ
เพราะอรรถะและธรรมทั้ง  ๒  นั้นเป็นวิสัยแห่งนิรุตติ,  และต่อจากนิรุตติ-
ปฏิสัมภิทาญาณนั้น    ท่านก็ยกเอา  ปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ  ขึ้นแสดง
เพราะเป็นไปในญาณแม้ทั้ง ๓ เหล่านั้น.   แต่อาจารย์บางพวกทำทีฆะป-
อักษะแล้วสวดก็มี.
๒๙ - ๓๑. อรรถกถาวิหารัฏฐสมาปัตตัฏฐญาณุทเทส
ว่าด้วย  วิหารัฏฐญาณและสมาปัตตัฏฐญาณ
            ญาณทั้งหลายอื่นจากนี้   ๓  ญาณมีวิหารัฏฐญาณเป็นต้น   ท่านยก
ขึ้นแสดงต่อจากปฏิสัมภิทาญาณ         เพราะเกิดแก่พระอริยบุคคลเท่านั้น
และเพราะเป็นประเภทแห่งปฏิสัมภิทา.