| ในความมีเนกขัมมะเป็นอธิบดี คือ ปัญญาที่เป็นไปด้วยความยิ่งในเนก- |
| ขัมมะทำเนกขัมมะให้ยวดยิ่ง. |
| บทว่า กามจฺฉนฺทโต สญฺญาย วิวฏฺฏติ - ย่อมหลีกออกจาก |
| กามฉันทะด้วยปัญญาเครื่องรู้ดี คือ ย่อมหลีก หมุนกลับจากกามฉันทะ |
| อันเป็นเหตุเป็นการณะแห่งสัญญาสัมปยุตด้วยปัญญา ท่าเนกขัมมะให้ยิ่ง |
| ใหญ่. อธิบายว่า หันหลังให้กามฉันทะ ในบทที่เหลือมีนัยนี้. |
| บทว่า กามจฺฉนฺโท นานตฺตํ - กามฉันทะเป็นความเป็นต่าง ๆ |
| คือกามฉันทะมิได้มีสภาพเป็นอันเดียวกัน เพราะไม่มีความประพฤติสงบ. |
| บทว่า เนกฺขมฺมํ เอกตฺตํ - เนกขัมมะเป็นธรรมอย่างเดียว คือ |
| เนกขัมมะมีสภาพอย่างเดียวกัน เพราะมีความประพฤติสงบ. |
| บทว่า เนกฺขมฺเมกตฺตํ เจตยโต - เมื่อพระโยคาโจรคิดถึง |
| ความที่เนกขัมมะเป็นธรรมอย่างเดียวกัน คือ ยังเนกขัมมะให้เป็นไป |
| ด้วยการเห็นโทษในกามฉันทะ. |
| บทว่า กามจฺฉนฺทโต จิตฺตํ วิวฏฺฏติ - จิตย่อมหลีกจากกาม- |
| ฉันทะ คือ จิตย่อมหลีกจากกามฉันทะ โดยความเป็นโทษที่เห็นแล้ว |
| ในขณะแห่งเนกขัมมะ. ในบทที่เหลือมีนัยนี้. |
| บทว่า กามจฺฉนฺทํ ปชหนฺโต - พระโยคาวจรละกามฉันทะ คือ |
| ละกามฉันทะในขณะปฏิบัติเนกขัมมะด้วยวิกขัมภนปหานะ. |