๙๔๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๔๙
เพราะพระโยคาวจรเมื่อสลัดกามฉันทะเป็นต้น    ด้วยเนกขัมมะเป็นต้น
ย่อมหลักไปจากกามฉันทะเป็นต้น    ด้วยญาณอันสัมปยุตด้วยเนกขัมมะ
นั้น.  ฉะนั้น  ญาณนั้นจึงชื่อว่าวิโมกขวิวัฎฏะ.
            บทว่า   ตถฏฺเ€  วิวฏฺฏตีติ  สจฺจวิวฏฺโฏ - ย่อมหลีกไปใน
ความว่า  ธรรมจริง   เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าสัจวิวัฏฏะ    ความว่า  เพราะ
พระโยคาวจรย่อมหลีกไปจากทุกข์ในความว่า   ธรรมจริง  ๔  อย่าง  ด้วย
สามารถการออก.     ฉะนั้น   มรรคญาณจึงชื่อว่าสัจวิวัฏฏะ.      หรือว่า
มรรคญาณนั่นแหละ   ย่อมหลีกไปจากทุกข์ในความว่า   ธรรมจริง  ด้วย
ความออกไป   เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าสัจวิวัฏฏะ.
            บทมีอาทิว่า     ยตฺถ     สญฺาวิวฏฺโฏ - ในขณะแห่งมรรคใด
มีสัญญาวิวัฏฏะ       ท่านกล่าวหมายถึงขณะแห่งสัจวิวัฏฏะ        เพราะ
ท่านกล่าวไว้แล้วในสัจวิวัฏฏญาณนิทเทส.        เพราะญาณทั้งหมดย่อม
ประกอบอยู่ในมรรคญาณนั่นเอง.   ถามว่า  อย่างไร ?   ตอบว่า   เพราะ
อริยมรรคมาแล้วโดยสรุปในญาณที่เหลือ   เว้นญาณในวิวัฏฏะ.      แม้
ญาณในญาณวิวัฏฏะย่อมประกอบในขณะแห่งมรรค  ด้วยสามารถสำเร็จ
กิจแห่งวิปัสสา    เพราะวิปัสสนากิจสำเร็จด้วยมรรคนั่นเอง.     หรือว่า
การกล่าวถึงญาณนั้นในมรรคญาณว่า   บทมีอาทิว่า  จกฺขุ  สุญฺํ - จักษุ
ว่างเปล่า   เป็นอันแทงตลอดด้วยสามารถแห่งดังนี้    ย่อมควรในขณะ
มรรคนั่นเอง.
          อนึ่ง  ในบทนี้มีการประกอบความดังต่อไปนี้   ควรทำการประ-
กอบในการเทียบเคียงทั้งหมด    โดยนัยมีอาทิว่าในขณะแห่งมรรคใด   มี
สัญญาวิวัฏฏะ     ในขณะแห่งมรรคนั้น  ย่อมมีเจโตวิวัฏฏะ.    ในขณะ
แห่งมรรคา  มีเจโตวิวัฏฏะ    ในขณะแห่งมรรคนั้น    มีสัญญาวิวัฏฏะ.
อีกอย่างหนึ่ง    สัจวิวัฏฏะมาแล้ว    เพราะอริยมรรค   ๔ มาถึงแล้ว  ใน
สัญญาวิวัฏฏะ  เจโตวิวัฏฏะ  จิตตวิวัฏฏะ  และวิโมกขวิวัฏฏะ.
           อนึ่ง    ญาณวิวัฏฏะเป็นอันสำเร็จ    ด้วยสามารถแห่งกิจ    ด้วย
สัจวิวัฏฏะนั่นเอง.    เมื่อกล่าวไปยาลให้พิสดารในสัญญาวิวัฏฏะ   เจโต-
วิวัฎฏะ  จิตตวิวัฏฏะ   และวิโมกขวิวัฏฏะ    แม้ญาณในญาณวิวัฏฏะก็มา
แล้วในญาณเหล่านั้น     เพราะมีปาฐะว่า   ปัญญามีอนัตตานุปัสนาเป็น
อธิบดี    ย่อมหลีกไปจากความถือมั่นด้วยปัญญา    เพราะเหตุนั้นปัญญา
เป็นอธิบดีจึงชื่อว่าสัญญาวิวัฏฏญาณ.    ความยึดมั่นเป็นความเป็นต่าง ๆ
อนัตตานุปัสนาเป็นธรรมอย่างเดียว.   เมื่อคิดถึงความเป็นอย่างเดียวของ
อนัตตานุปัสนา   จิตย่อมหลีกไปจากความยึดมั่น    เพราะเหตุนั้นปัญญา
ในความเป็นต่าง ๆ จึงเป็นเจโตวิวัฏฏญาณ     เมื่อละความยึดมั่นจิต   ย่อม
ตั้งมั่นด้วยสามารถแห่งอนัตตานุปัสนา เพราะเหตุนั้นปัญญาในการอธิฏ-
ฐานจึงชื่อว่าจิตตวิวัฏฏญาณ.   และสลัดความยึดมั่นด้วยอนัตตานุปัสนา
เพราะเหตุนั้น   ปัญญาในความสลัดออกจึงชื่อว่าวิโมกขวิวัฏฎญาณ.