๙๕    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๖
ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ อันพระอริยบุคคลนั่นแหละ    จะต้องได้ขึ้นแสดงต่อ
จากผัสสนญาณนั้น.
           แม้ในปฏิสัมภิทา  ๔  นั้น      อรรถะคือผลธรรมอันเกิดแต่ปัจจัย
ย่อมปรากฏดุจทุกขสัจจะ    และเป็นธรรมอันใคร ๆ  จะพึงรู้ได้โดยง่าย
เพราะฉะนั้นท่านจึงยก   อรรถปฏิสัมภิทาญาณ  ขึ้นแสดงก่อน,    ต่อแต่
นั้นก็ยก ธรรมปฏิสัมภิทาญาณ  ขึ้นแสดง    เพราะอรรถะนั้นเป็นวิสัย
แห่งธรรมอันเป็นเหตุ,     ต่อแต่นั้นจึงยกเอานิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ
เพราะอรรถะและธรรมทั้ง  ๒  นั้นเป็นวิสัยแห่งนิรุตติ,  และต่อจากนิรุตติ-
ปฏิสัมภิทาญาณนั้น    ท่านก็ยกเอา  ปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ  ขึ้นแสดง
เพราะเป็นไปในญาณแม้ทั้ง ๓ เหล่านั้น.   แต่อาจารย์บางพวกทำทีฆะป-
อักษะแล้วสวดก็มี.
๒๙ - ๓๑. อรรถกถาวิหารัฏฐสมาปัตตัฏฐญาณุทเทส
ว่าด้วย  วิหารัฏฐญาณและสมาปัตตัฏฐญาณ
            ญาณทั้งหลายอื่นจากนี้   ๓  ญาณมีวิหารัฏฐญาณเป็นต้น   ท่านยก
ขึ้นแสดงต่อจากปฏิสัมภิทาญาณ         เพราะเกิดแก่พระอริยบุคคลเท่านั้น
และเพราะเป็นประเภทแห่งปฏิสัมภิทา.
            จริงอยู่  วิหารัฏฐญาณ  เป็นธรรมปฏิสัมภิทา,   สมาปัตตัฏฐญาณ
เป็นอรรถปฏิสัมภิทา.     แท้จริง   ญาณในสภาวธรรม    ท่านกล่าวไว้ใน
ปฏิสัมภิทากถาว่า         ธรรมปฏิสัมภิทา.      ส่วนญาณในนิพพานเป็น
อรรถปฏิสัมภิทานั่นแหละ.
            บรรดาคำเหล่านั้น   คำว่า   วิหารนานตฺเต - ในความต่างแห่ง
ธรรมเป็นเครื่องอยู่   ความว่า   ในธรรมเป็นเครื่องอยู่     คือวิปัสสนา
ต่าง  ๆ ด้วยสามารถแห่งอนิจจานุปัสสนาเป็นต้น.
            คำว่า     วิหารฏฺเ€ - ในอรรถว่าธรรมเป็นเครื่องอยู่      ได้แก่
ในธรรมเป็นเครื่องอยู่คือมีวิปัสสนาเป็นสภาวะ.
            คำว่า  วิหาโร  ได้แก่    วิปัสสนาพร้อมด้วยสัมปยุตธรรมนั่นเอง.
            คำว่า   สมาปตฺตินานตฺเต - ในความต่างแห่งสมาบัติ   ความว่า
ในผลสมาบัติ    ด้วยสามารถแห่งอนิมิตตนิพพานเป็นต้น.
            คำว่า  สมาปตฺติ - สมาบัติ ได้แก่ จิตและเจตสิกธรรมทั้งหลาย
อันเป็นโลกุตรผล.
            คำว่า    วิหารสมาปตฺตินานตฺเต     ในวิหารธรรมและความ
ต่างแห่งสมาบัติ    ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งญาณทั้ง ๒.
๑. ขุ.ปุ. ๓๑/๖๐๓. ๒. สัมปยุตธรรม ได้แก่ มหากุสลญาณสัมปยุตจิต ๔
เจตสิก ๓๕ (เว้นอัปปมัญญา ๒ เพราะในขณะวิปัสสนาเกิดไม่มีสัตวบัญญัติ
เป็นอารมณ์, และปัญญาเจตสิกอีก ๑ เพราะปัญญาเป็นตัววิปัสสนา)