๙๕๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๕๙
            บทว่า   อธิฏฺ€าติ - ย่อมอธิฏฐาน  คือ  อธิฏฐานว่า   ขอจงเป็น
อย่างนี้เถิด.  ท่านกล่าวถึงการน้อมไปเพื่อไขอรรถแห่งความตั้งไว้.   ท่าน
กล่าวถึงอธิฏฐานเพื่อไขอรรถแห่งความน้อมไป.   เพราะบทว่า   สโมท-
หติ   เป็นบทตั้ง.   บทว่า   ปริณาเมติ   อธิฏฺ€าติ - เป็นบทขยายอรรถ
ของบทว่า    สโมทหติ  นั้น.   ฉะนั้น    ด้วยสามารถแห่งบททั้งสองนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า  ปริณาเมตฺวา - น้อมไปแล้ว  อธิฏฺ€หิตฺวา   อธิฏฐาน
แล้ว.  ไม่กล่าวว่า   สโมทหิตฺวา  - ตั้งไว้แล้ว.
            บทว่า   สุขสญฺจ   ลหุสสฺญฺจ   กาเย   โอกฺกมิตฺวา
วิหรติ - ย่อมหน่วงสุขสัญญา      และลหุสัญญาลงในกายอยู่    ความว่า
ย่อมหน่วงสุขสัญญาอันเกิดร่วมกับจตุตถฌาน     และลหุสัญญาให้เข้าไป
ในกรชกายอยู่     แม้กรชกายของภิกษุนั้นผู้มีกายหน่วงลงในสัญญานั้น
ก็เป็นกรชกายเบาดุจปุยนุ่น.
            บทว่า  โส  คือ  ภิกษุผู้ทำโยควิธีนั้น.
            บทว่า  ตถา ภาวิเตน  จิตฺเตน - มีจิตอันอบรมแล้ว  เป็นตติยา-
วิภัตติลงในลักษณะแห่งอิตถัมภูต - มี  หรือลงในอรรถแห่งเหตุ - เพราะ.
ความว่า   มีจิตอันอบรมแล้ว   คือ   เป็นเหตุ.     บทว่า   ปริสุทฺเธน -
บริสุทธิ์    คือ   ชื่อว่าความบริสุทธิ์แห่งสติในอุเบกขา.      ชื่อว่าผ่องแผ้ว
เพราะบริสุทธิ์นั่นเอง.   อธิบายว่าจิตประภัสสร -  ผ่องใส.
            บทว่า  อิทฺธิวิธาณาย - เพื่ออิทธิวิธญาณ   คือ  ในส่วนแห่ง
อิทธิ.  หรือ  เพื่อต้องการญาณในการกำหนดอิทธิ.
            บทว่า  จิตฺตํ   อภินีหรติ  - ย่อมโน้นจิตไป  คือ  ภิกษุนั้นเมื่อ
จิตนั้นมีอภิญญาเป็นบาทเกิดแล้วด้วยสามารถประการดังกล่าวแล้ว  ย่อม
โน้มบริกรรมจิตไปเพื่อบรรลุอิทธิวิธญาณ.     นำออกจากอารมณ์กสิณ
แล้วส่งไปมุ่งอิทธิวิธ.
            บทว่า  อภินินฺนาเมติ - ย่อมน้อมไป คือ ทำการโน้มไปสู่อิทธิ
ที่ควรบรรลุให้โอนไปสู่อิทธิ.
            บทว่า  โส   คือ   ภิกษุผู้ทำจิตให้มีอภินิหารอย่างนี้.
            บทว่า   อเนกวิหิตํ -  หลายอย่าง คือ หลายอย่างมีประการต่าง ๆ.
            บทว่า  อิทฺธิวิธํ  -  แสดงฤทธิ์ได้  คือ   ส่วนแห่งฤทธิ์    หรือ
กำหนดฤทธิ์.
             บทว่า   ปจฺจนุโภติ  คือ  ย่อมเสวยผล.   อธิบายว่า   ย่อมสัมผัส
ทำให้แจ้ง   คือ  บรรลุ.   บัดนี้พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงความที่ภิกษุ
นั้นแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง   จึงกล่าวบทมีอาทิว่า   เอโกปิ   หุตฺวา.
            ในบทเหล่านั้นบทว่า   เอโกปิ    หุตฺวา -  คือ   แม้เป็นคนเดียว
ความว่า  ตามปกติก่อนแสดงฤทธิ์เป็นคนเดียว.