| บทว่า อธิฏฺาติ - ย่อมอธิฏฐาน คือ อธิฏฐานว่า ขอจงเป็น |
| อย่างนี้เถิด. ท่านกล่าวถึงการน้อมไปเพื่อไขอรรถแห่งความตั้งไว้. ท่าน |
| กล่าวถึงอธิฏฐานเพื่อไขอรรถแห่งความน้อมไป. เพราะบทว่า สโมท- |
| หติ เป็นบทตั้ง. บทว่า ปริณาเมติ อธิฏฺาติ - เป็นบทขยายอรรถ |
| ของบทว่า สโมทหติ นั้น. ฉะนั้น ด้วยสามารถแห่งบททั้งสองนั้น |
| ท่านจึงกล่าวว่า ปริณาเมตฺวา - น้อมไปแล้ว อธิฏฺหิตฺวา อธิฏฐาน |
| แล้ว. ไม่กล่าวว่า สโมทหิตฺวา - ตั้งไว้แล้ว. |
| บทว่า สุขสญฺจ ลหุสสฺญฺจ กาเย โอกฺกมิตฺวา |
| วิหรติ - ย่อมหน่วงสุขสัญญา และลหุสัญญาลงในกายอยู่ ความว่า |
| ย่อมหน่วงสุขสัญญาอันเกิดร่วมกับจตุตถฌาน และลหุสัญญาให้เข้าไป |
| ในกรชกายอยู่ แม้กรชกายของภิกษุนั้นผู้มีกายหน่วงลงในสัญญานั้น |
| ก็เป็นกรชกายเบาดุจปุยนุ่น. |
| |
| บทว่า โส คือ ภิกษุผู้ทำโยควิธีนั้น. |
| |
| บทว่า ตถา ภาวิเตน จิตฺเตน - มีจิตอันอบรมแล้ว เป็นตติยา- |
| วิภัตติลงในลักษณะแห่งอิตถัมภูต - มี หรือลงในอรรถแห่งเหตุ - เพราะ. |
| ความว่า มีจิตอันอบรมแล้ว คือ เป็นเหตุ. บทว่า ปริสุทฺเธน - |
| บริสุทธิ์ คือ ชื่อว่าความบริสุทธิ์แห่งสติในอุเบกขา. ชื่อว่าผ่องแผ้ว |
| เพราะบริสุทธิ์นั่นเอง. อธิบายว่าจิตประภัสสร - ผ่องใส. |