๙๖๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๖๓
ย่อมเป็นรูปเดียวด้วยตนเองเท่านั้นด้วยสามารถกาลตามที่กำหนดไว้.
           บทว่า   อาวิภาวํ   คือ   ทำให้ปรากฏ.
           บทว่า   ติโรภาวํ  - ทำให้ปกปิดก็ได้.  พึงเชื่อมด้วยบทก่อนว่า
อาวิภาวํ   ปจฺจนุโภติ.   ติโรภาวํ  ปจฺจนุโภติ - แสดงให้ปรากฏก็ได้.
แสดงให้หายไปก็ดี.  ในบทนี้ผู้มีฤทธิ์ประสงค์จะทำให้ปรากฏ.    ย่อมทำ
ความมืดให้สว่างได้.  หรือทำที่ปกปิดให้เปิดเผยได้.  หรือทำที่ไม่ใช่คลอง
สายตา   ให้เป็นคลองสายตา.   ถามว่า  อย่างไร  ?   ตอบว่า  เหมือนอย่าง
ว่า   ภิกษุนี้แม้อยู่ในที่กำบัง    หรือแม้อยู่ในที่ใกล้     ก็ปรากฏได้ฉันใด.
ประสงค์จะแสดงตน   หรือผู้อื่นให้ปรากฏก็ฉันนั้น    ครั้นออกจากฌาน
เป็นบาทแล้วคำนึงว่า   ขอที่กำบัดนี้จงเปิดเผย.   หรือขอที่มิใช่คลองจักษุ
นี้จงเป็นคลองจักษุเถิดดังนี้       แล้วทำบริกรรมอธิฏฐานโดยนัยดังกล่าว
แล้วนั่นแหละ.   พร้อมกับอธิฏฐานย่อมเป็นไปตามที่อธิฏฐาน.  ผู้อื่นแม้
ยินอยู่ในที่ไกลก็เป็นได้.    ประสงค์เห็นแม้ตนเองก็เห็นได้.    ประสงค์
จะทำให้หายไป ?   ย่อมทำแสงสว่างให้มืดได้   หรือทำที่ไม่ปกปิดให้ปกปิด
ได้.   หรือทำที่เป็นคลองจักษุ   มิให้เป็นคลองจักษุได้.   ถามว่าอย่างไร ?
ตอบว่าเหมือนอย่างว่า.   แม้อยู่ในที่ปกปิด   หรือแม้ยืนอยู่ในที่ใกล้ก็ไม่
ปรากฏฉันใด.    ภิกษุประสงค์จะแสดงตน   หรือผู้อื่นก็ฉันนั้น    ครั้น
ออกจากฌานเป็นบาทแล้ว   คำนึงว่า   ขอที่ไม่ปกปิดนี้จงปกปิด.    หรือ
ขอที่เป็นคลองจักษุนี้    จงมิใช่คลอดจักษุ   แล้วทำบริกรรมอธิฏฐานโดย
นัยดังกล่าวแล้วนั่นแหละ.   พร้อมกับอธิฏฐาน   ย่อมเป็นไปตามอธิฏฐาน
ทีเดียว.   ผู้อื่นแม้ยืนอยู่ใกล้ก็ไม่ปรากฏ.    แม้ประสงค์จะไม่เห็นตนเอง
ก็ไม่เห็น.     อีกอย่างหนึ่ง   ปาฏิหาริย์ที่ปรากฏแม้ทั้งหมด  ชื่อว่าทำให้
ปรากฏ.   ปาฏิหาริย์ที่ไม่ปรากฏ   ชื่อว่าทำให้หายไป.
             ในปาฏิหาริย์ทำให้ปรากฏนั้น   ฤทธิ์ก็ดี  ผู้มีฤทธิ์ก็ดี   ย่อมปรากฏ.
พึงแสดงปาฏิหาริย์ที่ปรากฏนั้นด้วยยมกปาฏิหาริย์.     ในปาฏิหาริย์ที่ไม่
ปรากฏ   ฤทธิ์เท่านั้นย่อมปรากฏ  ผู้มีฤทธิ์ไม่ปรากฏ.  พึงแสดงปาฏิหาริย์
ที่ไม่ปรากฏนั้น   ด้วยยมกสูตร   และด้วยพรหมนิมันตนิกสูตร.
            บทว่า    ติโรกุฑฺฑํ - ภายนอกฝา.  คือ ฝาอื่น.   อธิบายว่า   ส่วน
อื่น.  ในภายนอกกำแพงภายนอกภูเขาก็มีนัยนี้.    บทว่า   ภุฑฺโฑ   คือ
ฝาเรือน.   บทว่า  ปากาโร  คือ กำแพงล้อมเรือนวิหารและบ้านเป็นต้น.
บทว่า  ปพฺพโต   คือ   ภูเขาดินหรือภูเขาหิน.   อสชฺชมาโน  คือ ไม่
ติดขัด.   บทว่า  เสขฺยถาปิ   อากาเส   คือ  เหมือนไปในที่ว่าง.
            อนึ่ง   ผู้ประสงค์จะไปอย่างนี้  พึงเข้าอากาสกสิณ  ครั้นออกแล้ว
คำนึงถึงฝาก็ดี  กำแพงก็ดี   ภูเขาก็ดี   แล้วทำบริกรรมอธิฏฐานว่า    ของ
จงเป็นที่ว่างเถิด    ย่อมเป็นที่ว่างได้ทีเดียว.    ผู้ประสงค์จะลงไปเบื้องต่ำ
๑. ม. มู. ๑๒/๕๕๒.