๙๖๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๖๕
ก็ดี.   ประสงค์ขึ้นไปเบื้องบนก็ดี   ย่อมเป็นโพรง.    ผู้ประสงค์จะทะลุไป
ย่อมเป็นช่อง
            ภิกษุนั้นไปได้ไม่ติดขัดในที่นั้น.   อนึ่ง  หากว่าภูเขาก็ดี  ต้นไม้
ก็ดี  ขึ้นในระหว่างภิกษุนั้นอธิฏฐานแล้วไป.   การเข้าฌานแล้วอธิฏฐาน
อีกไม่ผิดหรือ   ไม่ผิด.   เพราะการเข้าฌานแล้วอธิฏฐานอีกย่อมเป็นเช่น
กับการถือนิสัยในสำนักของพระอุปัชฌาย์.       เพราะภิกษุนี้อธิฏฐานว่า
ขอจงเป็นที่ว่างเถิดดังนี้ย่อมเป็นที่ว่างทันที.    ข้อที่ภูเขาก็ดี    ต้นไม้ก็ดี
จักขึ้นตามฤดูกาลในระหว่างภิกษุนั้นด้วยกำลังอธิฏฐานมีมาก่อน    มิใช่
ฐานะ.   แต่การนิรมิตครั้งแรกย่อมเป็นกำลัง ในการที่ผู้มีฤทธิ์อื่นนิรมิต
แล้ว.   ผู้มีฤทธิ์นอกนี้ควรไปเบื้องบนหรือเบื้องต่ำของภิกษุนั้น.
            ในบทนี้ว่า   ป€วิยาปิ    อุมฺมุชฺชนิมฺมุชฺชํ -  ผุดขึ้นดำลงใน
แผ่นดินก็ได้มีความดังต่อไปนี้.
            บทว่า   อุมฺมุชฺชํ - ผุดขึ้น  ได้แก่   โผล่ขึ้น.
            บทว่า   นิมฺมุชฺชํ -  ดำลง  ได้แก่   จมลง.
            การผุดขึ้นและดำลง   ชื่อว่า   อุมฺมุชฺชนิมฺมุชฺชํ.
            อนึ่ง    ภิกษุประสงค์จะทำอย่างนี้เข้าอาโปกสิณ    ครั้นออกแล้ว
กำหนดว่า  ขอแผ่นดินในที่ประมาณเท่านี้  จงเป็นน้ำเถิดแล้วทำบริกรรม
พึงอธิฏฐานโดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแหละ.       แผ่นดินย่อมเป็นน้ำในที่
ตามที่กำหนดไว้พร้อมด้วยการอธิฏฐาน.
            ภิกษุนั้นย่อมทำการผุดขึ้นดำลงในแผ่นดินนั้นเหมือนในน้ำ.   มิ
ใช่เพียงการผุดขึ้นดำลงอย่างเดียวเท่านั้น     ยังทำสิ่งปรารถนาจะทำก็ได้
เป็นต้น   การอาบ   การดื่ม   การล้างหน้า   และการล้างของใช้.     อนึ่ง
มิใช่ทำแต่น้ำอย่างเดียวเท่านั้น   ยังนึกถึงสิ่งที่ปรารถนาเป็นต้นว่า   เนย
ใส   น้ำมัน    น้ำผึ้ง  และน้ำอ้อยว่า   ขอสิ่งนี้ ๆ จงเป็นสิ่งประมาณเท่านี้
เถิดดังนี้แล้วทำบริกรรมอธิฏฐาน    ย่อมเป็นไปตามอธิฏฐานได้.     เมื่อ
ยกขึ้นใส่ภาชนะ  เนยใสก็เป็นเนยใสนั่นเอง.   น้ำมันเป็นต้นก็เป็นน้ำ-
มัน     น้ำก็เป็นน้ำ.    ภิกษุนั้นประสงค์จะให้เปียกในน้ำนั้น   ก็เปียก.
ประสงค์จะไม่ให้เปียก   ก็ไม่เปียก.
            อนึ่ง   แผ่นดินนั้นเป็นน้ำแก่ภิกษุนั้น.      เป็นแผ่นดินแก่ชนที่
เหลือ.   บนแผ่นดินนั้นมนุษย์ยังเดินไปได้.   ขับยานเป็นต้นได้.  แม้
กสิกรรมเป็นต้น     ก็ยังทำกันได้เช่นเดิม.       หากภิกษุนี้ปรารถนาว่า
แผ่นดินจงเป็นน่าแก่ชนเหล่านั้นเถิด.    ก็ย่อมเป็นทีเดียว.     ครั้นล่วง
เลยกาลที่กำหนดไว้       ที่ที่กำหนดไว้ที่เหลือเว้นน้ำในหม้อและในพระ
เป็นต้น   ตามปกติก็ย่อมเป็นแผ่นดินได้.
            ในบทนี้ว่า  อุทเกปิ   อภิชฺชมาเน   คจฺฉติ - เดินไปบนน้ำไม่
แยกก็ได้  มีอธิบายดังต่อไปนี้.    ท่านกล่าวน้ำที่เหยียบแล้วจมว่า  ภิชฺ-
ชมานํ  คือ น้ำแยก.   น้ำตรงกันข้ามไม่แยก.  ภิกษุประสงค์จะไปอย่างนี้
เข้าปฐวีกสิณ     ครั้นออกแล้วกำหนดว่า      ขอน้ำจงเป็นแผ่นดินในที่