๙๗๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๗๗
และด้วยสามารถความผ่องใสแห่งอินทรีย์ทั้งหลาย   เป็นเจโตปริยญาณ.
๕๒.  อรรถกถาเจโตปริยญาณนิทเทส
            [๒๕๕]   พึงทราบวินิจฉัยในเจโตปริยญาณนิทเทส   ดังต่อไปนี้
            บทว่า   โส   เอวํ   ปชานาติ -  ภิกษุนั้นย่อมรู้อย่างนี้   ความว่า
บัดนี้พระสารีบุตรเถระจะยกวิธีที่ควรกล่าวขึ้นแสดง.
             บทมีอาทิว่า   อิทํ  รูปํ   โสมนสฺสินฺทฺริยสมุฏฺ€ิตํ  -  รูปนี้เกิด
ขึ้นด้วยโสมนัสสินทรีย์เป็นวิธีอันภิกษุผู้เพ่ง     เป็นอาที่กรรมิกควรปฏิ-
บัติอย่างไร  ?    อันภิกษุผู้เพ่งประสงค์จะยังญาณนั้นให้เกิดขึ้น    ควรให้
ทิพจักษุญาณเกิดก่อน.   เพราะเจโตปริยญาณนั้นย่อมสำเร็จด้วยสามารถ
แห่งทิพจักษุ.     ญาณนั้นเป็นบริกรรมของทิพจักษุนั้น.     เพราะฉะนั้น
ภิกษุนั้นเจริญอาโลกกสิณเห็นสีของโลหิตอันเป็นไปอยู่       เพราะอาศัย
หทัยรูปของตนอื่นด้วยทิพจักษุจึงควรแสวงหาจิต.      เพราะโลหิตนั้น
เมื่อกุศลโสนมนัสยังเป็นไปอยู่   ย่อมมีสีแดงคล้ายสีของลูกไทรสุก.  เมื่อ
อกุศลโสมนัสยังเป็นไปอยู่  โลหิตนั้นย่อมมีสีขุ่นมัว.   เมื่อโทมนัสยังเป็น
อยู่    ย่อมมีสีดำขุ่นมัวเหมือนสีลูกหว้าสุก.    เมื่อกุศลอุเบกขายังเป็นไปอยู่
ย่อมมีสีใสเหมือนน้ำมันงา.   เมื่ออกุศลอุเบกขายังเป็นไปอยู่   โลหิตนั้น
ย่อมขุ่นมัว.       เพราะฉะนั้น    ภิกษุนั้นเห็นสีโลหิตหทัยของคนอื่นว่า
รูปนี้เกิดขึ้นด้วยโสมนัสสินทรีย์.  รูปนี้เกิดขึ้นด้วยโทมนัสสินทรีย์  รูปนี้
เกิดขึ้นด้วยอุเบกขินทรีย์ดังนี้   แล้วแสวงหาจิตควรทำเจโตปริยญาณให้มี
กำลัง.    เพราะเมื่อเจโตปริยญาณนั้นมีกำลังอย่างนี้     ภิกษุย่อมรู้จิตอันมี
ประเภทเป็นกามาวจรเป็นต้น   แม้ทั้งหมดโดยลำดับ   ก้าวไปจากจิตสู่จิต
เว้นการเห็นรูป  (สี)  ของหทัย.   แม้ในอรรถกถาท่านก็กล่าวไว้ว่า
                  ถามว่า   ผู้ประสงค์จะรู้จิตของผู้อื่นในอรูปภพ
            ย่อมเห็นหทัยรูปของใคร  ?      ย่อมแลดูความวิการ
            แห่งอันทรีย์ของใคร  ?   ตอบว่าไม่แลดูของใคร  ๆ
            นี้เป็นวิสัยของผู้มีฤทธิ์   คือ ภิกษุคำนึงถึงจิตในที่
            ไหน ๆ   ย่อมรู้จิต   ๑๖  ประเภท.   ก็นี้เป็นกถาด้วย
            อำนาจแห่งการไม่ทำความยึดมั่น  .
            บทว่า   ปรสตฺตานํ - แห่งสัตว์อื่น คือ แห่งสัตว์ที่เหลือเว้นตน.
            บทว่า   ปรปุคฺคลานํ   แห่งบุคคลอื่น     แม้บทนี้ก็มีความอย่าง
เดียวกับบทว่า   ปรสตฺตานํ   นี้        แต่ท่านกล่าวความต่างกันด้วยความ
ไพเราะแห่งเทศนา   และด้วยพยัญชนะ   ด้วยสามารถเวไนยสัตว์.
            บทว่า   เจตสา   เจโต   ปริจฺจ   ปชานาติ - กำหนดรู้ใจด้วย
ใจ  คือ  กำหนดรู้ใจของสัตว์เหล่านั้น    ด้วยใจของตนโดยประการต่าง ๆ
๑. วิสุทธิมรรค เล่ม ๒ หน้า ๒๔๗ - ๘.