๙๘๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๘๓
บุตรเถระกล่าวเพื่อแสดงวิธีให้เกิดอิทธิบาทนั้น   แก่ผู้ใคร่เพื่อยังบุพเพ-
นิวาสานุสติญาณให้เกิดแก่จิตที่อบรมแล้วในอิทธิบาท ๔.
            จริงอยู่  ภิกษุครั้นเห็นปฏิจจสมุปบาทโดยลำดับแล้ว    ย่อมเห็น
ความสังเขปแห่งผลอันเกิดขึ้นแล้ว  กล่าวคือ   วิญญาณ   นามรูป  สฬา-
ยตนะ  ผัสสะ   และเวทนา.
            ย่อมเห็นความสังเขปแห่งเหตุ  กล่าวคือ  กรรม  กิเลสในภพก่อน
อันเป็นปัจจัยแห่งความสังเขปของผลนั้น.
            ย่อมเห็นความสังเขปแห่งผลในภพก่อนอันเป็นปัจจัยแห่งความ
สังเขปแห่งเหตุนั้น.
            ย่อมเห็นความสังเขปแห่งเหตุในภพที่ ๓ อันเป็นปัจจัยแห่งความ
สังเขปแห่งผลนั้น.
            ย่อมเห็นเบื้องหน้าของชาติ   ด้วยการเห็นปฏิจจสมุปบาทอย่างนี้.
การมนสิการปฏิจจสมุปบาท     มีอุปการะมากแก่บุพเพนิวาสานุสติญาณ
ด้วยประการฉะนี้.
            ในบทเหล่านั้นบทนี้ว่า  อิมสฺมึ  สติ อทํ  โหติ,   อิมสฺสุปฺ-
ปาทา  อิทํ  อุปฺปชฺชติ - เมื่อสิ่งนี้มี   สิ่งนี้ย่อมมี   เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น
สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น  เป็นคำยกขึ้นขยายความของปฏิจจสมุปบาท.   หากถามว่า
เมื่อสำเร็จความด้วยคำอย่างใดอย่างหนึ่งแห่งบทเหล่านั้น.    เพราะเหตุไร
จึงกล่าวเป็น ๒ อย่าง.   ตอบว่า   เพราะมีความต่างกันโดยอรรถ.
            บทว่า  อิมสฺมึ   สติ - เมื่อสิ่งนี้มี  คือ เมื่อปัจจัยนี้มีอยู่.  บทนี้
กล่าวทั่วไปของปัจจัยทั้งหมด.
            บทนี้ว่า  อิทํ   โหติ -  สิ่งนี้ย่อมมี  คือ  สิ่งนี้ย่อมเกิดขึ้นเพราะ
ปัจจัย.  บทนี้กล่าวทั่วไปของสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะปัจจัยทั้งหมด.   ด้วยคำ
ทั้งสิ้นนี้    อเหตุกวาทะเป็นอันท่านปฏิเสธแล้ว  เพราะธรรมเหล่าใดเกิด
เพราะปัจจัย   ไม่เกิดเพราะไม่มีปัจจัย   ธรรมเหล่านั้นไม่ชื่อว่าอเหตุกะ-
            บทว่า   อิมสฺสุปฺปาท -  เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น   คือ   เพราะเหตุ
ปัจจัยเกิดขึ้น.    บทนี้เป็นคำกล่าวแสดงความต่างแห่งความเกิดขึ้นของ
ปัจจัยทั้งหมด.
            บทนี้ว่า อทํ  อุปฺปชฺชติ -  สิ่งนี้ย่อมเกิดขึ้น  คือ    สิ่งนี้มีปัจจัย
เกิดขึ้นจึงเกิด.   บทนี้กล่าวแสดงถึงความที่ปัจจัยทั้งหมดเกิดขึ้น   จึงเกิด
ขึ้นต่อแต่นั้นไป.   ด้วยคำทั้งสิ้นนี้    สัสสตวาทะและอเหตุกวาทะเป็นอัน
ท่านปฏิเสธแล้ว    เพราะธรรมเหล่าใดมีเกิดขึ้น   ธรรมเหล่านั้นไม่เที่ยง
เพราะฉะนั้น   ท่านจึงอธิบายไว้ว่า   เมื่อความที่ธรรมทั้งหลายมีเหตุมีอยู่
ธรรมเหล่านั้นมีความไม่เที่ยงเป็นเหตุ     มิใช่มีบุรุษเป็นปกติเป็นต้นซึ่ง
สมมติว่าเที่ยงในโลกเป็นเหตุ.
            บทว่า   ยทิทํ   เป็นคำชี้แจงอรรถที่ควรชี้แจง.
            ในบทนี้ว่า   อวิชฺชาปจฺจยา  สงฺขารา - เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย