| บทว่า เกวลสฺส - ทั้งสิ้น คือ ไม่มีปน หรือสิ้นเชิง. |
| บทว่า ทุกฺขกฺขนฺธสฺส คือ กองทุกข์. มิใช่แห่งสัตว์ มิใช่ |
| แห่งสุข และความงามเป็นต้น. |
| บทว่า สมุทโย คือ เกิด. บทว่า โหติ คือมี |
| |
| ในบทเหล่านั้น อวิชชาเป็นอย่างไร ? คือ ความไม่รู้ทุกข์ ไม่ |
| รู้ทุกขสมุทัย ไม่รู้ทุกขนิโวธ ไม่รู้ทุกุขนิโรธคามินีปฏิปทา ไม่รู้ที่ |
| สุดเบื้องต้น ไม่รู้ที่สุดเบื้องปลาย ไม่รู้ทั้งที่สุดเบื้องต้นทั้งที่สุดเบื้อง |
| ปลาย ไม่รู้ในธรรมอันอาศัยกันเกิดขึ้น คือ อิทัปปัจจยตา - สิ่งนี้ |
| เป็นปัจจัยของสิ่งนี้. |
| สังขารเป็นอย่างไร ? คือ ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร |
| อาเนญชาภิสังขาร, กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร, กามาวจร- |
| กุศลเจตนา ๘ รูปาวจรกุศลเจตนา ๕ ชื่อว่าปุญญาภิสังขาร, อกุศล- |
| เจตนา ๑๒ ชื่อว่าอปุญญาภิสังขาร, อรูปาวจรกุศลเจตนา ๕ ชื่อว่า |
| อาเนญชาภิสังขาร. กายสัญเจตนา ชื่อว่ากายสังขาร. วจีสัญเจตนา |
| ชื่อว่าวจีสังขาร. มโนสัญเจตนา ชื่อว่าจิตตสังขาร. |
| ในข้อนั้นพึงมีคำถามว่า จะพึงรู้ข้อนั้นได้อย่างไรว่าสังขารเหล่านั้น |
| ย่อมมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย. รู้ได้เพราะความมีอวิชชา. จริงอยู่ |
| ความไม่รู้ กล่าวคือ อวิชชาในทุกข์เป็นต้น อันภิกษุใดละไม่ได้แล้ว. |