๙๙    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๐
            แล้ว   แต่ภายหลังจึงมี  ดังนี้เป็นต้น.
            อีกอย่างหนึ่ง     ธรรมชาติใดย่อมไปคือย่อมไหลไปสู่สังสารทุกข์
ต่อไป     แม้เพราะเหตุนั้น   ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่า   อาสวะ,     อาสวะ
ทั้งหลายย่อมขาดสูญไปด้วยมรรคนั้น   ฉะนั้น  มรรคนั้นจึงชื่อว่า  สมุจ-
เฉทะ - เป็นเครื่องตัดอาสวะขาด.
            คำว่า  ปญฺา  ได้แก่   ปัญญาในการตัดอาสวะ ๔   มีกามาสวะ
เป็นต้นได้ขาด.
                   คำว่า  อานนฺตริกสมาธิมฺหิ   าณํ - ญาณในสมาธิอันให้ผล
ในลำดับ    ความว่า    สมาธิในมรรคได้ชื่อว่า   อานันตริกะ     เพราะ
ให้ผลโดยแน่นอนทีเดียวในลำดับแห่งความเป็นไปของตน.    เพราะเมื่อ
มรรคสมาธิเกิดขึ้นแล้ว    อันตรายอะไร  ๆ    ที่จะขัดขวางการเกิดขึ้นแห่ง
ผลของมรรคสมาธินั้น  ย่อมไม่มี.   ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำมีอาทิ
ว่า
                   บุคคลนี้พึงเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่ง
            โสดาปัตติผล    และเวลาที่กัปไหม้จะพึงมี   กัปก็
            ไม่พึงไหม้ตราบเท่าที่บุคคลนี้ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่ง
            โสดาปัตติผล  บุคคลนี้เรียกว่า   ฐิตกัปปี.   บุคคล
๑. องฺ. ทสก. ๒๔/๖๑.
            ผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแม้ทั้งหมด  ชื่อว่า    เป็นผู้
            มีกัปตั้งอยู่แล้ว  ดังนี้.
            นี้เป็นญาณอันสัมปยุตด้วยอานันตริกสมาธินั้น.
๓๓. อรรถกถาอรณวิหารญาณุทเทส
ว่าด้วย  อรณวิหารญาณ
            ญาณทั้ง  ๔  มี  อรณวิหารญาณเป็นต้น    ท่านยกขึ้นแสดงใน
ลำดับแห่งญาณนี้       เพราะเกิดแก่พระอริยะทั้งหลายผู้บรรลุอริยผลด้วย
มรรคญาณนี้เท่านั้น.   ก็ในญาณทั้ง  ๔  แม้นั้น   ท่านยกอรณวิหารญาณ
ขึ้นแสดงก่อน    เพราะเกิดติดต่อกันไปแก่พระอรหันต์นั่นแล,    และต่อ
แต่นั้น     ท่านก็ยกนิโรธสมาปัตติญาณขึ้นแสดง    เพราะนิโรธสมาบัติ
นั้นเป็นธรรมมีสัมภาระมาก      แม้ในเมื่อเกิดแก่พระอนาคามีและพระ-
อรหันต์ และเพราะนิโรธสมาบัติเป็นธรรมอันท่านสมมุติว่าเป็นนิพพาน
โดยพิเศษ     ต่อจากนั้น   ท่านก็ยกปรินิพพานญาณขึ้นแสดงว่า    ทีฆ-
กาลิกะ - มีกาลนาน    เพราะตั้งอยู่จดกาลเป็นที่ปรินิพพานในระหว่าง
กาลปรินิพพาน,   ในลำดับต่อจากนั้นท่านก็ยกสมสีสัฏฐฌาณ  ขึ้นแสดง
ว่า     รัสสกาลิกะ - มีกาลสั้น  เพราะตั้งอยู่จดกาลเป็นที่ปรินิพพาน
ในลำดับแห่งการสิ้นกิเลสทั้งปวงของพระอรหันต์ผู้สมสีสะ.
๑. อภิ. ปุ. ๓๖/๓๓.