๙๙๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๙๑
และสภาวะตามสมควรแก่ปุญญาภิสังขารเป็นต้นเหล่านั้นทั้งหมด    และ
ด้วยสามารถเป็นปัจจัยเหมือนกันและไม่เหมือนกัน.
            อีกอย่างหนึ่ง
                 บุคคลใดหลงไปในสงสารอันมีจุติ  และอุปบัติ
            ในลักษณะแห่งสังขารทั้งหลาย     และในธรรมอัน
             อาศัยกันเกิดขึ้น.
                 บุคคลนั้นย่อมตกแต่งสังขาร ๓ อย่างเหล่านั้น
            เพราะอวิชชานี้เป็นปัจจัยแห่งสังขาร ๓ เหล่านั้น.
                 เหมือนคนตาบอดแต่กำเนิดไม่มีผู้นำไป   บาง
            ครั้งก็ไปถูกทาง  บางครั้งก็ไปนอกทางฉันใด.
                 คนพาล เมื่อท่องเที่ยวไปในสงสารไม่มีผู้แนะ-
            นำ  ก็ฉันนั้น.  บางครั้งก็ทำบุญ  บางครั้งก็ทำบาป.
                 เมื่อใดคนนั้นรู้ธรรมแล้วตรัสรู้อริยสัจ  เมื่อนั้น
            จัดเที่ยวไปอย่างผู้สงบ  เพราะอวิชชาสงบ.
            บทว่า   สงฺขารปจฺจยา  วิญฺาณํ  - เพราะสังขารเป็นปัจจัย   จึง
มีวิญญาณ   ความว่า   กองวิญญาณมี  ๖   คือ   จักขุวิญญาณ   ๑     โสต-
วิญญาณ  ๑  ฆานวิญญาณ  ๖   ชิวหาวิญญาณ  ๑  กายวิญญาณ  ๑  มโน-
วิญญาณ  ๑  ในวิญญาณเหล่านั้น  จักขุวิญญาณมี  ๒  อย่าง    คือ  กุศล-
วิบาก  ๑  อกุศลวิบาก ๑.  โสตวิญญาณ   ฆานวิญญาณ  ชิวหาวิญญาณ
กายวิญญาณก็เหมือนกัน.    มโนวิญญาณมี  ๒๒ คือ  วิบากมโนธาตุ ๒.
อเหตุกมโนวิญญาณธาตุ  ๓.   สเหตุกวิบากจิต  ๘.   รูปาวจรวิบากจิต  ๕.
อรูปาวจรวิบากจิต ๔. วิญญาณทั้งหมดเป็นโลกิยวิบากวิญญาณ ๓๒ ด้วย
ประการฉะนี้.
            ในข้อนั้นพึงมีคำถามว่า   จะพึงรู้ได้อย่างไรว่าวิญญาณมีประการ
ดังกล่าวนี้     มีเพราะสังขารเป็นปัจจัย.   เพราะไม่มีวิบากในความที่ไม่ได้
สะสมกรรมไว้.    จริงอยู่   วิบากนี้ย่อมไม่เกิดในเพราะความไม่มีกรรมที่
สะสมไว้.  ผิว่า  พึงเกิด.  วิบากทั้งหมดของกรรมทั้งปวงพึงเกิด.  แต่วิบาก
ทั้งปวงไม่เกิด     เพราะฉะนั้น    พึงรู้ข้อนี้ว่า    เพราะสังขารเป็นปัจจัย
วิญญาณจึงมี.
            จริงอยู่    วิญญาณนี้ทั้งหมดย่อมเป็นไป  ๒  ส่วน    ด้วยสามารถ
ปฏิสนธิที่เป็นไป.  ในวิญญาณนั้น   วิญญาณ ๑๓ เหล่านี้   คือ  วิญญาณ
๕  อย่างละ  ๒  มโนธาตุ   ๒   เหตุกมโนวิญญาณธาตุ   สหรคตด้วยโสม-
นัส  ๑.  ย่อมเป็นไปในความเป็นไปในปัญจโวการภพ.  วิญญาณ  ๑๙  ที่
เหลือย่อมเป็นไปในปวัตติกาลบ้าง  ในปฏิสนธิบ้างตามสมควรในภพ  ๓.
            ลทฺธปฺปจฺจยมิติ   ธมฺม  -  มตฺตเมตํ  ภวนฺตรมุเปติ
            นาสฺส   ตโต  สงฺกนฺติ       น   ตโต  เหตุ  วินา  โหติ.