๙๙๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๙๙๙
ก็แสดงความต่างกันมีเลวและประณีตเป็นต้นของสัตว์ทั้งหลายตั้ง  ๑๐๐  คู่
แม้ในความเสมอกันแห่งปัจจัยภายนอก   มีบิดามารดา   เลือดขาว  และ
อาหารเป็นต้น.   ความต่างกันนั้นมิใช่เป็นอเหตุกะ   เพราะไม่มีในกาล
ทั้งปวงและแก่สัตว์ทั้งปวง.    มิใช่เหตุอื่นจากกรรมภพ    เพราะไม่มีเหตุ
อื่นในสันดานภายในของสัตว์ผู้เกิดในกรรมภพนั้น   เพราะเหตุนั้น   จึง
ชื่อว่า   มีกรรมภพเป็นเหตุ.   จริงอยู่   กรรมเป็นเหตุแห่งความแปลกกัน
มีความเลวและประณีตเป็นต้นของสัตว์ทั้งหลาย.
            ด้วยเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า     จึงตรัสว่า     กมฺมํ     สตฺเต
วิภชติ   ยทิทํ   หีนปฺปณีตตาย - กรรมย่อมจำแนกสัตว์ทั้งหลาย
คือ   เพราะความเลวและประณีต.
            ในบทมีอาทิว่า   ชาติปจฺจยา ชรามรณํ - เพราะมีชาติเป็นปัจจัย
จึงมีชราและมรณะ    มีอธิบายดังต่อไปนี้     พึงทราบว่า    เพราะเมื่อไม่มี
ชาติ    ชรามรณะ      หรือว่าธรรมมีโสกะเป็นต้น   ก็ไม่มี. แต่เมื่อมีชาติ
ชรามรณะและธรรมทั้งหลายมีโสกะเป็นต้น  อันเกี่ยวเนื่องกับชรามรณะ
ของคนพาลผู้ถูกทุกขธรรม   กล่าวคือ   ชรามรณะถูกต้องแล้ว   หรือไม่
เกี่ยวเนื่องของตนพาลผู้ถูกทุกขธรรมนั้น ๆ  ถูกต้องแล้ว  ก็มี. ฉะนั้น ชาติ
นี้จึงเป็นปัจจัยแห่งชรามรณะแห่งโสกะเป็นต้น.
๑. ม. อุ. ๑๔/๕๙๖.
            ในบทมีอาทิว่า   โส   ตถา  ภาวิเตน   จิตฺเตน  -  ภิกษุนั้นมีจิต
อบรมแล้วอย่างนั้น   พึงทราบอธิบายดังต่อไปนี้  บทว่า  ปุพฺเพนิวา-
สานุสฺสติาณาย   ท่านอธิบายว่า   เพื่อบรรลุญาณนั้น    คือ   ถึง.
บทว่า  อเนกวิหิตํ   คือ  หลายอย่าง.   หลายประการ.   หรือเป็นไปแล้ว
พรรณนาแล้ว   โดยประการไม่น้อย.
            บทว่า  ปุพฺพนิวาสํ - ชาติก่อน  คือ  สันดานที่อยู่ในชาตินั้น ๆ
ทำภพในอดีตที่ใกล้ที่สุดให้เป็นเบื้องต้น.  บทว่า อนุสฺสรติ - ย่อมระลึก
ตามไป ๆ  ด้วยสามารถลำดับขันธ์   หรือด้วยสามารถจุติปฏิสนธิ.    จริง
อยู่  ชนทั้ง  ๖   คือ เดียรถีย์ ๑.  สาวกธรรมดา  ๑.  มหาสาวก  ๑.
อัตรสาวก     ๑.  พระปัจเจกพุทธเจ้า  ๑.  พระพุทธเจ้า ๑  ย่อมระลึก
ถึงชาติก่อนนี้ได้.
            ในชนเหล่านั้น    เดียรถีย์ทั้งหลาย    ย่อมระลึกได้   ๔๐  กัป.
ไม่ยิ่งไปกว่านั้น.   เพราะเหตุไร   เพราะเดียรถีย์มีปัญญาอ่อน.   จริงอยู่
ปัญญาของเดียรถีย์เหล่านั้น  อ่อนเพราะไม่มีการกำหนดนามรูป.
            สาวกธรรมดา     ย่อมระลึกได้  ๑๐๐  กัปบ้าง  ๑,๐๐๐ กัปบ้าง
เพราะมีปัญญาแก่กล้า.     มหาสาวก  ๘๐   รูป    ระลึกได้    แสนกัป.
อัครสาวก   ทั้งสองระลึกได้   อสงไขยหนึ่ง  กับแสนกัป.   พระปัจเจก-
พุทธเจ้า   ระลึกได้    สองอสงไขย    กับแสนกัป.   เพราะอภินิหารของ